เศรษฐกิจฟิลิปปินส์กระฉูดเติบโตแข็งสุดแซงจีนปีนี้

Posted by

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่2 ม.ค.ว่าฟิลิปปินส์อาจแซงหน้าจีนผงาดเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียปีนี้แต่ความท้าทายที่ใหญ่กว่าคือทำอย่างไรที่จะเก็บเกี่ยวการเติบโตของเศรษฐกิจให้ยั่งยืนเหมือนเมื่อ5 ปีที่ผ่านมา

joker123

เพื่อรักษาความมั่งคั่งในระยะยาวเอาไว้ได้ทั้งนี้ ตั้งแต่ประธานาธิบดีเบนิกโนอาคีโน เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศในปี2553 และเริ่มดำเนินการปฏิรูปและขับเคลื่อนการบริหารจัดการฟิลิปินส์กลายเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุดและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุดในโลกไปแล้ว

ขณะนี้นักลงทุนต้องการรู้ว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้จะสามารถรักษานโยบายงบประมาณการเงินและเศรษฐกิจให้ยั่งยืนได้อย่างไรหลังจากนายอาคีโนพ้นจากวาระการบริหารประเทศในปีหน้าเนื่องจากเป็นนโยบายที่กระตุ้นให้เกิดการเติบโตและลดปัญหาความยากจน

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ถือว่าสวนกระแสภาวะชะลอตัวในภูมิภาคในช่วงไตรมาสที่4 ของปีที่แล้วโดยเศรษฐกิจตลอดปี โตถึงร้อยละ6.1เป็นการขยายตัวเร็วที่สุดในเอเชียเป็นรองแค่จีนเท่านั้นแต่ในปีนี้ นายอาคีโนตั้งเป้าว่าจะนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้โตได้ร้อยละ7-8 ในขณะที่อัตราการเติบโตของจีนคาดว่าจะช้าลงเหลือประมาณร้อยละ7

นายอาคีโนกวาดล้างปัญหาการคอร์รัปชั่นในประเทศและให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นอันดับต้นๆซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการว่างงานสูงอยู่

สล็อต

สหรัฐฯ คาด “ฟิลิปปินส์” ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำเข้าข้าวอันดับ 1 ของโลกในปี 2563
รายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (United States Department of Agriculture: USDA) คาดว่า ฟิลิปปินส์จะยังคงเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2563 แม้ว่าแนวโน้มการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์จะชะลอตัวลง โดยอาจนำเข้าข้าวปริมาณ 2.5 ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 13.8 นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เผยว่า แนวโน้มการค้าข้าวโลกจะชะลอตัวลงในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ กินี เคนยา และฟิลิปปินส์

USDA ปรับลดประมาณการจากเดิมคาดว่าฟิลิปปินส์จะนำเข้าข้าวได้มากถึง 2.7 ล้านตัน มาเป็น 2.5 ล้านตัน เนื่องจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ปรับลดปริมาณนำเข้าข้าวจากต่างชาติ ตลอดจนได้พยายามทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากเพื่อปรับปรุงผลผลิตข้าวในประเทศในปีนี้ และ USDA ได้คาดการณ์ว่า จีนจะยังเป็นผู้นำเข้าข้าวอันดับ 2 ของโลก โดยมีปริมาณนำเข้าข้าว 2.3 ล้านตันในปีนี้

สล็อตออนไลน์

นอกจากนี้ ในปี 2562 ฟิลิปปินส์ได้กลายมาเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกแซงหน้าจีนที่เคยเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกมาก่อน โดยฟิลิปินส์มีปริมาณนำเข้าข้าวอยู่ที่ 2.9 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลจากการประกาศใช้กฎหมายการเปิดเสรีนำเข้าข้าวในปี 2562 ผ่านมา ซึ่งบังคับใช้เพื่อสามารถนำเข้าข้าวได้มากขึ้นและเพื่อราคาข้าวในประเทศมีราคาลดลง โดยการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 4 เท่า และเป็นคิดเป็นร้อยละ 7 ของการนำเข้าข้าวของโลก

ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์จะดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าว รวมทั้งการช่วยเหลือผ่านกองทุนพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมข้าวของฟิลิปปินส์ (Rice Competitiveness Enhancement Fund) ในวงเงิน 10 พันล้านเปโซฟิลิปปินส์ต่อปี อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวในประเทศจะเพิ่มเป็น12 ล้านตัน ส่วนการบริโภคข้าวในประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 14.4 ล้านตัน จาก 14.1 ล้านตันในปี 2562

jumboslot

เงินเปโซของฟิลิปปินส์ได้แข็งค่าขึ้น 4% เทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค และนับเป็นหนึ่งในสกุลเงินของเอเชียเพียงไม่กี่ประเทศ อาทิ เงินหยวนของจีน และเงินดอลลาร์ไต้หวัน ที่ทำลายสถิติแข็งค่ากว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าตัวเลขความต้องการสินค้านำเข้าที่หดตัวลงอย่างรุนแรงภายหลังจากที่ประเทศอาเซียนต่างเข้าสู่สภาวะล็อกดาวน์อย่างจริงจังและยาวนานที่สุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้ความต้องการเงินตราต่างประเทศลดลง จึงส่งผลให้เงินเปโซแข็งค่าขึ้นตามลำดับ

เงินเปโซที่แข็งค่าขึ้นจนแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้านทำให้ฟิลิปปินส์มีเงินสำรองส่วนเกิน นอกจากนี้ตัวเลขการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลฟิลิปปินส์จากต่างชาติยังทำให้ฟิลิปปินส์มีเงินตราต่างประเทศสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งเงินสำรองทั้งสองส่วนจะสามารถช่วยเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จากปัจจัยภายนอกได้

slot

เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของโคโรนาไวรัส และมีการหดตัวมากที่สุดในเอเชียในไตรมาสที่สองคิดเป็น 16.5% เมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อปีก่อน

นักวิเคราะห์คาดว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึง น่าจะมีแรงกดดันต่อค่าเงินเปโซ เนื่องจากนักลงทุนอาจจะลดปริมาณการลงทุนในตลาดเกิดใหม่และหันไปลงทุนในตลาดที่มีความปลอดภัยมากกว่า ส่วนในระยะยาว การกลับมาเปิดระบบเศรษฐกิจและเริ่มนำเข้าสินค้าอีกครั้งอาจทำให้เงินเปโซอ่อนค่าลงได้

รายงานระบุว่าหากมาตรการการควบคุมการระบาดของโรคมีความผ่อนคลายมากขึ้น คาดว่าค่าเงินเปโซน่าจะมีความผันผวนลดลงจนทำให้ GDP ติดลบ 0.9% ในปี 2564 ก็เป็นได้

แต่หากตัวเลขนำเข้าสินค้าในฟิลิปปินส์ยังคงลดลง ประกอบกับตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลงอย่างต่อเนื่อง และมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนที่มีต่อตลาดเกิดใหม่ ก็มีแนวโน้มที่เงินเปโซจะแข็งค่าอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564