เมียนมาร์เตรียมลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

Posted by

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ผู้นำเมียนมาร์ ลงนามรับรองกฎหมายว่าด้วยการจัดลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาแห่งชาติยืนยันจะพยายามผลักดันการลงประชามติให้เกิดขึ้นภายในเดือนพ.ค. นี้ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนต.ค. ปีเดียวกัน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางการเมือง นั่นคือการที่นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( เอ็นแอลดี ) จะได้รับสิทธิ์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

joker123

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับเก่าของเมียนมาร์ที่ร่างโดยกองทัพ ระบุให้บุคคลมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ต้องไม่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งนางซูจีนั้นมีสามีเป็นชาวอังกฤษ และข้อห้ามที่ว่านี้ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากประเทศมหาอำนาจนำโดยสหรัฐ ซึ่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเมียนมาร์เตรียมให้สิทธิ์การลงประชามติชั่วคราว หรือ “บัตรขาว” กับชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าที่รวมถึงชาวโรฮิงญา สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับประชาชนจำนวนมาก ซึ่งออกมาเดินขบวนต่อต้านกันตามท้องถนนในเมืองย่างกุ้ง เมื่อวันพุธ กระตุ้นให้รัฐบาลประกาศเพิกถอนคำสั่งมอบสิทธิ์ดังกล่าวให้กับชนกลุ่มน้อยแล้ว

พม่าลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในปี 2008 ซึ่งเป็นหนึ่งขั้นตอนของโรดแมปไปสู่ประชาธิปไตยของรัฐบาลทหาร ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะปูทางให้ทหารยังอยู่ในอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยได้ ระหว่างการทำประชามติมีทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการโกงประชามติ การโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล และการจับกุมฝ่ายเห็นต่าง จนกระทั่งมหันตภัยพายุนาร์กีสช่วงก่อนการลงประชามติ จนต้องเลื่อนวันลงคะแนนในหลายพื้นที่ ผลออกมาโหวตรับท่วมท้น 93% มีผู้มาออกเสียง 99%

โรดแมปสู่ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นทางลงของรัฐบาลทหาร

สล็อต

ประวัติศาสตร์การเมืองของพม่า เกิดจุดหักเหสำคัญในปี ค.ศ. 1988 เมื่อคณะทหารพม่าเถลิงอำนาจขึ้นบริหารประเทศในนาม “สภาฟื้นฟูกฏระเบียบแห่งรัฐ” หรือ State Law and Order Restoration Council (SLORC) พร้อมยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1974 จากนั้น คณะทหารก็ปกครองรัฐในฐานะเผด็จการด้วยกฏอัยการศึก และประกาศของคณะทหารฉบับต่างๆ

ต่อมา ทหารพม่าจัดการเลือกตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1990 ด้วยคิดว่าฝ่ายตนจะกุมชัยชนะ แต่ผลกลับไม่เป็นไปตามคาดเมื่อพรรค NLD คว้าชัยชนะถล่มทลาย คณะทหารในสมัยนั้นตัดสินใจล้มกระดานการเลือกตั้งกลับไปปกครองประเทศด้วยกฏอัยการศึกต่อไป โดยอ้างว่า การเลือกตั้งมีขึ้นขณะที่ประเทศยังไม่มีรัฐธรรมนูญ การจะพัฒนาประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญก่อน จากนั้นจึงค่อยลงประชามติและจัดให้มีการเลือกตั้ง

ด้วยแรงกดดันจากนานาชาติ และมาตรการลงโทษ (Sanction) ที่มีต่อพม่าอย่างหนัก เมื่อปี 2003 คณะทหารนำโดยนายกรัฐมนตรีขิ่น ยุ้นต์ ประกาศแผน โรดแมป 7 ขั้น สู่ประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วย 1. การฟื้นสมัชชาแห่งชาติเพื่อสร้างแนวปรองดองและระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง 2. การเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบมีระเบียบวินัยใต้อิทธิพลกองทัพ 3. การร่างรัฐธรรมนูญ 4. การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 5. การเลือกตั้ง 6. การประชุมรัฐสภา และ 7. การพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ทันสมัย

สล็อตออนไลน์

ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลทหาร ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา หรือ State Peace and Development Council (SPDC) ได้ตั้งคณะกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา 54 คน ด้วยคำสั่งลงนามโดยพลโทเต็งเส่ง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการอันดับ 1 ของ SPDC คณะกรรมาธิการประกอบด้วย ประธานผู้พิพากษาศาลฏีกา อัยการสูงสุด รัฐมนตรีข่าวสาร รัฐมนตรีวัฒนธรรม รัฐมนตรีกลาโหม ตลอดจนกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์และตัวแทนข้ารัฐการจากกระทรวงหรือหน่วยปกครองระดับต่างๆ ซึ่งทั้งหมดถูกเลือกสรรโดยผู้ทรงอำนาจในสภา SPDC

หลังได้ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลทหารประกาศให้มีการลงประชามติโดยประชาชน ว่าเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2008

ร่างรัฐธรรมนูญสไตล์พม่า หาช่องให้ทหารสืบทอดอำนาจหลังเลือกตั้ง

ผศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ติดตามศึกษาการเมืองพม่า เล่าว่า ก่อนช่วงลงประชามติ รัฐบาลทหารพม่าได้สร้าง โรดแมปเพื่อเนรมติประชาธิปไตยแบบมีระเบียบวินัยสไตล์พม่าเอาไว้แล้ว โดยมีจุดเน้นหลัก คือ การสนับสนุนให้กองทัพยังคงมีบทบาทสำคัญในการเมืองระดับชาติ พร้อมกับใช้ประกาศคณะทหารฉบับต่างๆ มีการออกตรวจตราควบคุมความสงบเรียบร้อยโดยกำลังพลของกองทัพ เป็นเครื่องมือกำกับกระบวนการ โรดแมป ตลอดทุกขั้นตอน

jumboslot


ประเด็นสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญพม่าอยู่ที่ การกำหนดโควต้าให้มีผู้แทนของกองทัพ ร้อยละ 25 ทั้งในสภาสูงและในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งสงวนตำแหน่งรัฐมนตรีสามกระทรวงสำคัญซึ่งเกี่ยวกับความมั่นคงไว้ให้ผู้แทนของกองทัพ ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกิจการชายแดน นอกจากนี้ยังให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเข้ามามีอำนาจในช่วงสภาวะฉุกเฉินอีกด้วย

นอกจากนี้กฎหมายว่าด้วยการลงประชามติของพม่า ก็ได้บัญญัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการ และอนุกรรมการ ที่แต่งตั้งและคัดเลือกโดย SPDC ให้มีอำนาจดูแลจัดการการลงประชามติทุกขั้นตอน ทั้งการจัดแบ่งพื้นที่ การควบคุม การลงคะแนน การนับคะแนน โดยมีคณะอนุกรรมการเป็นผู้ดูแลในส่วนท้องถิ่นขึ้นตรงต่อกรรมการส่วนกลาง

บรรยากาศก่อนประชามติ ทั้งปิดกั้น ทั้งโฆษณาด้านเดียว ทั้งพายุนาร์กิส

บทความเรื่อง ประชามติพม่า พายุจะถล่ม ฟ้าจะทะลาย ต้องเดินหน้าต่อไป จาก Blog OK Nation อธิบายบรรยากาศการรณรงค์ก่อนการทำประชามติว่า กลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตย และองค์กรต่าง ๆ ของชนกลุ่มน้อย ต่างเรียกร้องให้ประชาชนไปโหวต “NO” หรือ การลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีการรณรงค์ทั่วประเทศ แม้ทางการจะจับกุมนักเคลื่อนไหวไปอย่างน้อย 48 คน

slot


การข่มขู่, การก่อกวน, การซื้อเสียง และการชวนเชื่อ ล้วนเป็นวิธีการของ SPDC ที่จะให้ประชาชนไปโหวต “YES” SPDC จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญขายในราคาเล่มละ 1 พันจ๊าต หรือ 30 กว่าบาท หนังสือร่างรัฐธรรมนูญหน้าปกสีเขียว ที่มีทั้งหมด 457 มาตรา พิมพ์ออกมาเพียง 465,000 เล่ม ขณะที่ประชากรที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมีกว่า 30 ล้านคน และ SPDC พิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นภาษาพม่าเท่านั้น ไม่ได้แปลเป็นภาษาอื่นๆ ที่ชนกลุ่มน้อยใช้กันในประเทศ หรือภาษาอังกฤษ แสดงให้เห็นว่า SPCD ไม่ต้องการให้คนในพม่า หรือประชาคมนานาชาติได้รับรู้ว่า เนื้อหาของรัฐธรรมนูญมีอะไรบ้าง

SPDC ได้ออกมาตรการคุมเข้มการรายงานข่าวเกี่ยวกับการลงประชามติ MRTV ซึ่งเป็นทีวีของรัฐ ออกอากาศรายการและเพลงเรียกร้องให้คนไปโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ หนังสือพิมพ์ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ได้ตีพิมพ์สโลแกน บทบรรณาธิการ การ์ตูน และบทกวีเรียกร้องให้คนไปโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ