ผู้นำอิเหนายันไม่ลดหย่อนโทษประหารคดียาเสพติด

Posted by

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่าประธานาธิบดีอินโดนีเซียนายโจโค วิโดโด แถลงว่าเขาจะไม่ยอมประนีประนอมกับโทษประหารชีวิตผู้กระทำความผิดค้ายาเสพติด แม้ว่านานาชาติจะออกมาร้องขอความเมตตาให้ลดหย่อนโทษก็ตามโดยนายวิโดโด ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นในวันครบรอบ 100 วันของการเข้าบริหารประเทศ

joker123

ผู้นำแดนอิเหนากล่าวว่านโยบายดังกล่าวก็ไม่เว้นแม้แต่กับชาวออสเตรเลีย 2 คนที่ต้องถูกลงโทษประหารชีวิตในอินโดนีเซียคือนายแอนดรูว์ ชาน และนายเมียวรันซูคูมารัน ซึ่งก็ได้ร้องขอให้ลดหย่อนโทษเหมือนกันแต่ถูกประธานาธิบดีวิโดโดปฏิเสธ

ชาวต่างชาติ 5คน และชาวอินโดนีเซีย 1คน ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทั้งนี้อินโดนีเซียมีกฎหมายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลกประเทศหนึ่งอินโดนีเซียยกเลิการพักโทษประหารชีวิตที่ใช้มานาน 4 ปีในปี 2556 นายวิโดโดยืนยันเสมอว่าเขาจะไม่ยอมลดหย่อนโทษต่ออาชญากรยาเสพติดโดยระบุว่า ยาเสพติดทำลายชีวิต

อินโดนีเซียไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม สั่งประหารชาวต่างชาติที่ต้องโทษในคดียาเสพติดรวดเดียว 6 คน แม้รัฐบาลของประเทศผู้ต้องโทษจะพยายามขอร้องให้ลดโทษก็ตาม สร้างความไม่พอใจให้กับบราซิล และเนเธอร์แลนด์อย่างมาก ถึงขนาดส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในระดับรุนแรง ด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ

การประหารชีวิตรอบนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อ ต.ค.ปีที่แล้ว และนับเป็นการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวของผู้นำสายปฏิรูป ซึ่งตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นกันเองและโอนอ่อนผ่อนตาม

สล็อต

การตัดสินใจปลิดชีพผู้ต้องโทษค้ายาเสพติด สร้างความผิดหวังแก่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนอย่างมาก เพราะต่างคาดว่าวิโดโดจะมุ่งหน้าปฏิรูปในประเด็นนี้เช่นกัน แต่เขากลับยืนยันโทษเดิม โดยให้เหตุผลว่า ยาเสพติดทำลายชีวิตของผู้คน สมควรได้รับโทษประหาร

นอกจากนักสิทธิมนุษยชนแล้ว บางรัฐบาลของผู้ต้องโทษทั้ง 6 คือ เวียดนาม มาลาวี ไนจีเรีย บราซิล เนเธอร์แลนด์ และอินโดนีเซีย พยายามขอร้องให้ทางการท้องถิ่นละเว้นโทษประหาร โดยบราซิลไม่ต้องการให้พลเมืองของตัวเองกลายเป็นชาวบราซิลคนแรกที่ถูกประหารในต่างแดน จึงใช้ช่องทางเจรจาทุกวิถีทาง เช่นเดียวกับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ทางการอินโดนีเซียยุติการลงทัณฑ์ ถึงขนาดที่สมเด็จพระราชาธิบดี วิลเฮล์ม-อเล็กซานเดอร์ และนายกรัฐมนตรี มาร์ค รูทเทอ ก็ยังต่อสายตรงเจรจากับวิโดโดโดยตรง

สล็อตออนไลน์

แต่แล้ว ความพยายามของประเทศเหล่านี้กลับไร้ผล เพราะวิโดโดสั่งเดินหน้ากระบวนการประหารโดยไม่แยแส สร้างความโกรธเกรี้ยวให้กับประธาธิบดี ดิลมา รูสเซฟฟ์ แห่งบราซิลอย่างรุนแรง และโฆษกประจำตัวของนางแถลงว่า โทษประหารไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลกมากขึ้นทุกที การกระทำครั้งนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยล่าสุด ได้มีการเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกับเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม ผู้นำอินโดนีเซียยืนยันการตัดสินใจของตัวเองผ่านทางเฟซบุ๊คว่า สงครามปราบยาเสพติดจะใช้มาตรการครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ เพราะยาเสพติดทำลายชีวิตที่ดีงามของผู้เสพและครอบครัว และประเทศชาติจะต้องต่อสู้กับปัญหานี้อย่างเด็ดเดี่ยว

อินโดนีเซียปฏิเสธคำขอจากสหประชาชาติและสหภาพยุโรป ที่ให้ยุติการประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 14 คน ซึ่งมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย ทำให้เกิดการคาดการณ์กันมากว่า พวกเขาจะถูกยิงเป้าภายในไม่กี่ชั่วโมงนี้

jumboslot

กลุ่มนักโทษ ซึ่งมีทั้งชาวอินโดนีเซีย ไนจีเรีย ปากีสถาน อินเดีย และซิมบับเว ถูกแยกขังบนเกาะนาซูคัมบันกันที่รัฐบาลจาการ์ตาใช้เป็นแดนประหาร โดยทางการกำลังเตรียมการอย่างแข็งขัน มีคนเห็นรถพยาบาลบรรทุกโลงศพวิ่งข้ามไปยังเกาะแห่งนี้แล้ว ทนายความและทูตเปิดเผยว่า ครอบครัวนักโทษได้รับแจ้งว่า การประหารชีวิตจะเกิดขึ้นในคืนนี้ พวกเขาวิจารณ์ว่า อินโดนีเซียฝ่าฝืนกฎหมายของตนเอง ที่กำหนดให้ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าสามวัน เมื่อทางการแจ้งมาช่วงบ่ายวันอังคาร การประหารต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันศุกร์

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย “นายอาร์มานาตา นาซีร์” กล่าวว่า สิทธิของนักโทษตามกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้วทุกประการ รัฐบาลอินโดนีเซียมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้ค้ายาไม่ใช่ผู้เสพ

อินโดนีเซียประหารชีวิตครั้งล่าสุด เมื่อเดือน เม.ย. 2558 เป็นนักโทษคดียาเสพติด 8 คน ในจำนวนนี้มีชาวออสเตรเลียรวมอยู่ด้วย 2 คน เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติอย่างหนาหู แต่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ยืนยันว่า โทษประหารมีไว้ต่อกรกับการใช้ยาเสพติดที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

slot

วันที่ 29 เม.ย. 58 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอินโดนีเซียได้ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดทั้ง 8 ราย ด้วยการยิงเป้าเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางความไม่พอใจจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ที่พยายามร้องขอให้ยกเลิกโทษประหารแก่ 2 นักโทษชาย แต่สุดท้ายไม่เป็นผล

อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียเลื่อนการลงโทษประหารชีวิตนักโทษหญิงแม่ลูกอ่อนชาวฟิลิปปินส์ออกไปก่อน เนื่องจากหัวหน้าของผู้ต้องหาเพิ่งถูกจับกุมตัว และฟิลิปปินส์ได้ขอให้อินโดนีเซียช่วยติดตามคดีนี้ต่อ.