8ชาติร้องพม่าให้โรฮิงญามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง

Posted by

เอเอฟพี – 8 ชาติสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ เรียกร้องให้ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญา ที่เป็นเหยื่อของสิ่งที่สหประชาชาติเรียกว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งของพม่าที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.นี้

joker123

ประเทศที่ร่วมลงนามในถ้อยแถลงที่เผยแพร่หลังการประชุมทางไกลประกอบด้วยเบลเยียม สาธารณรัฐโดมินิกัน เอสโตเนีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ตูนิเซีย อังกฤษ และสหรัฐฯ “เราตระหนักถึงความพยายามของรัฐบาลพม่าในการทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย การเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของพม่า ที่ประชาคมโลกได้สนับสนุนทั้งด้วยเงินทุนและความเชี่ยวชาญทางเทคนิค” คำแถลง ระบุ ผู้ลงนามยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะให้ประชาชนจากทุกชุมชน รวมถึงโรฮิงญา จะสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือได้อย่างปลอดภัย ครบถ้วน และเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 8 ชาติได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่ในรัฐยะไข่และรัฐชินของพม่า และเรียกร้องการยุติการสู้รบโดยทันที นับตั้งแต่ปี 2560 มีโรฮิงญาราว 740,000 คน ต้องอพยพหลบหนีการกระทำทารุณของทหารพม่าและลี้ภัยอยู่ในบังกลาเทศ โดยอาศัยอยู่ในค่ายอย่างแออัด

สล็อต

วิกฤตดังกล่าวทำให้พม่าถูกกล่าวหาว่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการสูงสุดของสหประชาชาติ คำแถลงจาก 8 ประเทศได้เรียกร้องให้พม่าเร่งความพยายามที่จะจัดการแก้ไขสาเหตุของวิกฤตในรัฐยะไข่ สร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัยอย่างปลอดภัย โดยสมัครใจ ยั่งยืน และสง่างาม และยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุความรุนแรงเหล่านี้

ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิม มีจำนวนประชากรประมาณ 1.1 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ทางตะวันตกของเมียนมา มีพรมแดนติดกับบังคลาเทศ

แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายชั่วคน แต่รัฐบาลเมียนมายืนยันว่าชาวโรฮิงญาทั้งหมดเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังคลาเทศ และไม่ยอมรับว่าพวกเขาเป็นพลเมืองของตน ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่เป็นคนไร้รัฐ
ผลจากการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ พวกเขาจึงมีชีวิตที่ยากลำบาก เมื่อถูกกีดกันออกจากประชากรส่วนอื่น ๆ โดยจงใจชาวโรฮิงญาไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางอย่างเสรี และมีโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล การศึกษา หรือการมีงานทำอย่างจำกัด

สล็อตออนไลน์

ในปี 2555 เกิดความขัดแย้งครั้งสำคัญระหว่างชาวโรฮิงญากับประชากรส่วนใหญ่ในรัฐยะไข่ ซึ่งส่วนมากเป็นชาวพุทธ ส่งผลให้เกิดการก่อจลาจล เป็นเหตุให้ประชากรหลายหมื่นคนโดยเฉพาะชาวโรฮิงญา ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือน และไปอาศัยอยู่ในค่ายกักกันที่มีสภาพเลวร้าย คนที่อาศัยอยู่ในค่ายเหล่านี้ถูกจำกัดสิทธิไม่ให้เดินทาง และถูกแยกกีดกันออกจากชุมชนอื่น ๆ

ในเดือนตุลาคม 2559 ภายหลังการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาต่อฐานทัพของตำรวจทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ เป็นเหตุให้กองทัพเมียนมาเริ่มปฏิบัติการปราบปราม โดยพุ่งเป้าไปที่ชุมชนทั้งหมด แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้บันทึกข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา รวมทั้งการสังหารอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย การจับกุมโดยพลการ การข่มขืนกระทำชำเราการทำร้ายทางเพศต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง และการเผาบ้านเรือนกว่า 1,200 หลัง รวมทั้งอาคารเรียนและมัสยิด ในครั้งนั้นแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมีข้อสรุปว่า ปฏิบัติการเหล่านี้อาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด

jumboslot

กระแสการอพยพของประชาชนจำนวนมากเข้าสู่ประเทศบังคลาเทศครั้งล่าสุดเกิดภายหลังปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา เพื่อตอบโต้กับการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาที่มีต่อค่ายทหารเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม โดยการตอบโต้ของกองทัพทั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้สัดส่วนอย่างสิ้นเชิง (ตามหลักการได้สัดส่วนของการใช้กำลังอาวุธ) เป็นการปฏิบัติต่อประชาชนทั้งหมดราวกับอริราชศัตรู รายงานจากในพื้นที่ระบุถึงการเสียชีวิตของพลเรือน รวมทั้งการเผาทำลายหมู่บ้านอย่างราบคาบ

รัฐบาลเมียนมากล่าวว่า จนถึงปัจจุบันมีประชาชนที่ถูกสังหารอย่างน้อย 400 คน โดยระบุว่าส่วนใหญ่ถูกสังหารโดย “กลุ่มก่อการร้าย”
นอกจากนี้ยังมีรายงานที่กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาได้ใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน รวมทั้งประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาอื่นที่เป็นชนกลุ่มน้อย

ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?

slot

กองทัพเมียนมาเป็นตัวหลักในการกระทำอันโหดร้ายครั้งล่าสุดนี้การที่กองทัพเป็นอิสระอย่างมากจากรัฐบาลพลเรือน และไม่ต้องรับผิดในการไต่สวนของศาลพลเรือน จึงทำให้ผู้บัญชาการในทุกระดับและทหารไม่ต้องรับผิดชอบต่อความผิดใด ๆ ที่ตนเองเป็นผู้กระทำระหว่างวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้
กองทัพเมียนมามีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวโรฮิงญาและประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาอื่นที่เป็นชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

อย่างไรก็ดี อองซานซูจีซึ่งเป็นมุขมนตรีแห่งรัฐเมียนมาและเป็นผู้นำประเทศในทางพฤตินัย กลับไม่ยอมรับข้อเท็จจริงตามรายงานว่ามีปฏิบัติการโดยมิชอบและโหดร้ายของกองทัพ และไม่ได้ดำเนินการเพื่อลดความตึงเครียดเหล่านี้

ช่วงต้นเดือนนี้ ทางหน่วยงานของอองซานซูจียังกล่าวหาว่าผู้ทำงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา ให้ความสนับสนุนกับกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเอง

อองซานซูจียังไม่รับฟังความเห็นจากองค์การสหประชาชาติและผู้นำโลก ซึ่งเรียกร้องให้เธอดำเนินการแทรกแซงเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในรัฐยะไข่