โลกหลังโควิดของสิงคโปร์

Posted by

รัฐบาลสิงคโปร์กำลังเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง หลังได้รับอำนาจเต็มจากการชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ อธิบายว่า ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นรัฐบาลยังมีวาระเหลืออีกราว 1 ปี เนื่องจากประเมินแล้วว่า ปัญหาเศรษฐกิจจากโควิด-19 อาจต้องใช้นโยบายระยะยาว และรัฐบาลต้องมีอำนาจตัดสินใจโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อผูกมัดไปยังรัฐบาลชุดใหม่

joker123

นั่นทำให้แม้นายลี เซียน ลุง และพรรคกิจประชาชน (PAP) จะยังได้รับการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลเช่นเดิม แต่การดำเนินนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายทางเศรษฐกิจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะรัฐบาลสิงคโปร์ประเมินว่า โควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงโลกใบเดิมที่เป็นอยู่ไปอย่างสิ้นเชิง

หลักการของรัฐบาลสิงคโปร์ชุดใหม่คือต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด เห็นได้จากการทยอยประกาศมาตรการทางเศรษฐกิจที่สำคัญภายใน 1 เดือน หลังรัฐบาลชุดใหม่เข้ามารับตำแหน่ง และดูเหมือนมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นมาตรการเร่งด่วนที่สุด โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา นายเฮง สวี เกียต รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประกาศมาตรการช่วยแรงงานสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ครอบคลุมเป็นเวลา 7 เดือน ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2564 เป้าหมายคือการช่วยเหลือแรงงาน 2 ล้านคนให้ยังอยู่ในตำแหน่งงานใน 150,000 บริษัท

สล็อต

เช่น แรงงานในบริษัทด้านการบินและการท่องเที่ยว จะได้รับเงินช่วยเหลือรายเดือน 50% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 52,500 บาท เป็นเวลา 7 เดือน แรงงานในภาคการพัฒนาสิ่งแวดล้อม จ่าย 50% ของเงินช่วยเหลือรายเดือน หรือคิดเป็นเงิน 52,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ส่วนอีก 5 เดือนที่เหลือลดการจ่ายเหลือแค่ 30% หรือราว 31,500 บาท

ส่วนแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง ศิลปะ การขนส่งและอาหาร รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือรายเดือนให้ 30% หรือราว 31,500 บาทเป็นเวลา 7 เดือน นอกเหนือจากนี้ แรงงานในสิงคโปร์ภาคส่วนอื่นๆ ที่อาจไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่ยังเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือจะได้รับเงินเดือนละ 10% หรือ 10,500 บาทเป็นเวลา 7 เดือน โดยมีแรงงานในบางอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะฟื้นตัวเร็ว หรือมีโอกาสเติบโตในช่วงวิกฤติ เช่น แรงงานในอุตสาหกรรมยาหรือเทคโนโลยี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 10% ในระยะเวลาแค่ 4 เดือนเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

การยอมจ่ายเงินเดือนแทนบริษัทของรัฐบาลสิงคโปร์ มีเป้าหมายมากกว่าแค่ช่วยเหลือชาวสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่รัฐบาลสิงคโปร์เล็งเห็นแล้วว่า หากปล่อยให้ภาคเอกชนเลิกจ้างงานจะเป็นปัญหาใหญ่กว่า โดยระหว่างนี้รัฐบาลสิงคโปร์เปิดทางให้บรรดาบริษัทต่างๆ ฝึกทักษะใหม่ๆ ให้กับลูกจ้าง หรือหาลู่ทางเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจเพื่อให้เข้ากับโลกหลังโควิด-19

ถึงแม้ว่าประเทศสิงคโปร์มีการยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรก เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นชาวจีนที่มาจากเมืองอู่ฮั่น แต่กระทรวงสาธารสุขของประเทศสิงคโปร์ได้มีการประกาศให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เฝ้าระวัง กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการที่น่าสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะผู้ป่วยจากเมืองอู่ฮั่น มาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563 และเริ่มมีการตรวจเช็คอุณหภูมิร่ายกายของผู้ที่เดินทางเข้าออกผ่านสนามบินซางฮี (Changi airport) เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา

หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกได้ไม่นาน ในวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2563 รัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสซาร์ส (SARS) ในช่วงปี 2549-2551 เริ่มแถลงข่าวต่อสาธารณะเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสอย่างเป็นระบบ รวมทั้งให้รายละเอียดสถานที่และการเดินทางของผู้ติดเชื้อแต่ละคน และเริ่มออกคำสั่งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสภายในประเทศ

jumboslot

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563 รัฐบาลสิงคโปร์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดำเนินมาตรการป้องกันโรคเบื้องต้นด้วยการรักษาความสะอาด หมั่นล้างมือและหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคมที่มีคนเข้าร่วมจำนวนมากเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เนื่องจากในช่วงต้นของการแพร่ระบาดยังไม่มีหลักฐานว่าไวรัสโควิด-19 สามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ แต่จะเกิดจากคนที่มีสัมผัสใกล้ชิดกันเป็นหลักเท่านั้น

ในช่วงนี้รัฐบาลสิงคโปร์จึงเน้นย้ำกับสาธารณะว่า หน้ากากอนามัยที่มีอยู่จำกัด จะต้องเก็บไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใช้เป็นหลักก่อน นอกจากนั้นผู้ป่วยหรือประชากรกลุ่มเสี่ยงก็ควรสวมหน้ากากเมื่อต้องออกจากที่พักทุกครั้งและเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหน้ากากอนามัยได้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้แจกหน้ากากอนามัย 4 ชิ้นให้กับทุกครัวเรือน แต่ก็เน้นย้ำว่าเพื่อไม่ให้สังคมเกิด “ความตื่นตระหนก” ประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงและไม่มีอาการของโรคจึงยังไม่มีความจำเป็นในการสวมหน้ากากอนามัย เพราะอาจจะเป็นการสร้าง “ความตื่นตระหนก” ให้กับคนในสังคมได้

รัฐบาลสิงคโปร์พยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการสื่อสารและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องเป็นหลักเพราะไม่ต้องการให้เกิดสภาวะแห่งความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกภายในประเทศ ดังที่นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) ระบุว่า

slot

“ความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกสามารถเกิดขึ้นได้ในมนุษย์เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่วิกฤต เพราะทุกคนต้องการปกป้องตัวเองและครอบครัวจากสิ่งที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน เหมือนเช่นการแพร่ระบาดของไวรัสในครั้งนี้ แต่ความกลัวและการตื่นตระหนกก็สามารถสร้างความเสียหายยิ่งกว่าไวรัสได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยกัน”

จะเห็นได้ว่าในช่วงแรกที่มีข่าวผู้ติดเชื้อภายในประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์ยังคงพยายามรักษารูปแบบการทำงานและพยายามควบคุมการดำเนินชีวิตไว้ให้เป็นปกติมากที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด

อย่างไรก็ตามเมื่อไหร่รัฐบาลประกาศยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ คนในสิงคโปร์ก็เกิดความวิตกและออกไปซื้อของกินของใช้มากักตุน ซึ่งในช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านมาก็มีกระแสความตื่นตระหนกแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ้าง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นรัฐบาลสิงคโปร์ก็รีบสื่อสารกับคนในประเทศทันทีและพยายามเน้นย้ำอยู่ตลอดว่าอย่า “ตื่นตระหนก” อาหารยังมีเพียงพอ และก่อนที่รัฐบาลในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสั่งปิดประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ทำการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจำนวนมากเพื่อสำรองอาหารไว้ให้กับประชากรภายในประเทศไว้ด้วย