เศรษฐกิจมาเลเซียโตรายไตรมาสต่ำสุดในรอบเกือบ7ปี

Posted by

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่าธนาคารกลางมาเลเซียเผยรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศประจำไตรมาแรกของปีนี้ ว่าขยายตัวร้อยละ 4.2 ดีกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ ซึ่งประมาณการเอาไว้ที่ร้อยละ 4.0 อย่างไรก็ตาม สถิติที่ออกมาสะท้อนว่าเศรษฐกิจของมาเลเซียเผชอญกับภาวะชะลอตัวมากที่สุด นับตั้งแต่ถดถอยร้อยละ 1.1 เมื่อไตรมาสที่ 3 ของปี 2552

joker123

นอกจากนี้ ยังถือเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่เศรษฐกิจของมาเลเซียประสบกับภาวะชะลอตัว โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วขยายตัวร้อยละ 4.5 อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของภาคการส่งออก และอุปสงค์ภายในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปตามราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก รวมถึงราคาโภคภัณฑ์และสินค้าเกษตรที่สำคัญ

พิษ COVID-19 สะเทือนเศรษฐกิจมาเลเซีย หดตัวมากที่สุดในรอบ 22 ปี โดยในไตรมาส 2 จีดีพีติดลบกว่า 17.1% หลังการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลต่อการบริโภคเเละการท่องเที่ยว

ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 2 ของมาเลเซียหดตัวมากถึง -17.1% เมื่อเทียบกับปีที่เเล้ว ทำให้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากจีดีพียังหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส โดยนับว่าแย่ที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 1998 ที่มาเลเซียต้องเผชิญกับวิกฤตการเงินเอเชีย ซึ่งตอนนั้นติดลบที่ 11.2%

เศรษฐกิจของมาเลเซียนั้นส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการค้า การส่งออกและการท่องเที่ยว โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ๆ ได้เเก่น้ำมันปาล์ม น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ

ผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย ระบุว่า เศรษฐกิจมาเลเซียจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากมาตรการสกัดการเเพร่ระบาดของ COVID-19 ถูกผ่อนคลาย เเละจะฟื้นตัวต่อไปในปีหน้าไป พร้อมๆ กับเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจมาเลเซียยังมีความเสี่ยงอยู่มาก เเละกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากอุปสงค์และกิจกรรมทางธุรกิจ ยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างเต็มที่

สล็อต

ทั้งนี้ ธนาคารกลางมาเลเซีย ปรับลดเป้าจีดีพีของทั้งปีนี้ลง โดยคาดว่าจะหดตัวอยู่ในช่วงติดลบ 3.5% ถึงติดลบ 5.5% ก่อนที่จะฟื้นตัวในปีถัดไปในช่วง 5.5% ถึง 8% ขณะที่สถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ในมาเลเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมล่าสุด อยู่ที่ราว 9 พันราย

เดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2563 กันแล้ว ตลอดปีที่ผ่านมา เรียกว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย แต่ที่เผชิญเหมือนๆ กันทั้งโลก ก็คงหนีไม่พ้น “วิกฤติโควิด-19” ที่บอบช้ำกันถ้วนหน้า นับตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปลายปี สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย เกิดการระบาดระลอกใหม่ บางประเทศเป็นคลื่นลูกที่ 3 แล้ว ส่วนประเทศไทยเองก็เจอคลื่นลูกที่ 2 รุนแรงกว่าคลื่นลูกแรกมาก เพราะเป็นแบบ “คลัสเตอร์!!”

ซึ่งพอเห็นตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่แต่ละวันๆ แล้ว ก็ตึงเครียดไม่น้อย เพราะนั่นหมายความว่า อนาคตการเปิดประเทศย่อมเป็นไปได้ยาก อย่างญี่ปุ่นที่ออกมาประกาศสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา งดรับเที่ยวบินต่างชาติทุกประเทศจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น และแม้ไทยไม่ได้ปิดจนถึงขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้สบายใจเท่าไร เพราะถึงไม่ปิด แต่เที่ยวบินระหว่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยวก็ยังเปิดไม่ได้อยู่ดี แถมพอมีข่าวการติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มเข้ามา คนก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะออกไปเที่ยวกันอีก พอจบวิกฤตินี้… ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นรายเล็ก รายน้อย ไปจนถึงกลางๆ อาจต้องจากลา…

สล็อตออนไลน์

ย้อนกลับไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ผู้เขียนนึกถึงคำพูดหนึ่งของ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่กล่าวปาฐกถาภายในงาน SHARING OUR COMMON FUTURE ร่วมแรง เปลี่ยนแปลง แบ่งปัน ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยปี 2564” ไว้ว่า…

“รายงานล่าสุดของ IMF มีการปรับการพยากรณ์การถดถอยทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 ของประเทศไทยให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่เหลือปรับลดลงหมดเลย… ถ้าเป็นไปตามทิศทางที่กล่าวมา เชื่อว่าน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่า ดีและดีกว่าในอาเซียน… หากยังจำกันได้ หลายคน นักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน เคยบอกว่า ประเทศไทยจะมีการเติบโตน้อยที่สุดในอาเซียน วันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ ถึงสิ้นปีเดี๋ยวเรารอดูกัน”

ผู้เขียนขอเน้นประโยคเด็ดอันน่าสนใจที่ว่า “ประเทศไทยจะมีการเติบโตน้อยที่สุดในอาเซียน วันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่…” หากสรุปง่ายๆ ความหมายก็คือว่า “ไทยไม่ได้แย่ที่สุดในอาเซียน (แน่นอน ฟันธง!!)”

แถมท่านยังบอกอีกว่า “ถึงสิ้นปีเดี๋ยวเรารอดูกัน”

เมื่อท่านบอกมาแบบนี้ ผู้เขียนก็เลยคิดอยากเปิดย้อนดูสถิติตัวเลขกันหน่อยว่า ตลอดปี 2563 นี้ (1 ม.ค.-27 ธ.ค.) ไทยไม่ได้แย่ที่สุดในอาเซียนอย่างที่คนเขาสบประมาท และตรงตามที่ท่านรองนายกฯ บอกไว้ไหม…

หากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า ปี 2563 ประเทศไทยที่เป็นเส้นสีเขียวเข้มนั้น ปลายแหลมพุ่งลงมาล่างสุดของบรรดาเส้นประเทศอื่นๆ ในอาเซียนทั้งหมด อยู่ที่ -7.1% โดยมีเพื่อนบ้านตามมาติดๆ 2 ประเทศ คือ มาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ต่าง -6% เท่ากัน และแม้จะมีบางประเทศที่พ้นเส้นติดลบ เช่น เวียดนาม (1.6%) เมียนมา (2%) ลาว (0.2%) บรูไน (0.1%) แต่ทั้งหมดล้วนปลายแหลมพุ่งลงดิ่งทั้งสิ้น

jumboslot

ซึ่งหากมองแค่นี้… ก็อาจแย้งคำพูดข้างบนได้ว่า “นี่ไง…ไทยแย่ที่สุดในอาเซียน!!”

แต่…เราจะไม่รีบด่วนสรุปขนาดนั้น

จากกราฟข้างบน เราก็พอจะคัดเลือก “ผู้ท้าชิง” ประเทศที่เศรษฐกิจแย่ที่สุดในอาเซียน ปี 2563 แข่งกับไทยได้ด้วยกัน 2 ประเทศ นั่นคือ “มาเลเซียและสิงคโปร์” ส่วนเวียดนามนั้น…แม้จะเป็นคู่แข่งกันในทุกๆ เรื่อง (ปีนี้ถูกจับเทียบกันบ่อยมาก) แต่สำหรับตำแหน่งนี้คงต้องตัดรายชื่อทิ้งไปได้เลย เพราะถึง GDP ไตรมาส 3 เราจะดีขึ้นจากไตรมาส 2 คือ จาก 12.1% ซึ่งหนักที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2541 ช่วงวิกฤติการเงินเอเชีย (-12.5%) มาเป็น 6.4% แต่เขากลับเติบโตขึ้น 2.6% ยังยากที่จะไล่ตามในเวลานี้…

แต่ก่อนจะไปเทียบกับ 2 ประเทศนั้น เรามาเช็กตัวเลขของประเทศไทยกันก่อน ซึ่งจากภาพรวม GDP ไตรมาส 3 ที่ดีขึ้น แน่นอนว่า ในส่วนอื่นๆ ก็ย่อมดีขึ้นตาม เริ่มตั้งแต่การจับจ่ายการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลง 0.6% ดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ลดลง 6.8% ขณะที่ กิจกรรมการบริการที่พักและอาหาร หลังไตรมาส 2 หดตัว 50.2% พอมาไตรมาส 3 มีการหดตัวลดลง อยู่ที่ 39.6%

slot

และเมื่อในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ทั่วโลกมีสัญญาณการฟื้นตัว ก็ทำให้การส่งออกสินค้าเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยไตรมาส 3 ลดลงเพียง 7.7% ดีกว่าไตรมาส 2 ที่หดตัวถึง 15.9% สวนทางกับการส่งออกภาคบริการที่หดตัวอย่างหนัก 73.3% มากกว่าไตรมาส 2 ที่หดตัว 68%

อย่างไรก็แล้วแต่…ก็ยังพอพยากรณ์เศรษฐกิจไทยได้ว่า ทั้งปี 2563 อาจหดตัว 6.0% จากที่เคยคาดการณ์ว่า อาจหดตัวมากถึง 7.3-7.8% และมองว่า ปี 2564 จะกลับมาเติบโตอีกครั้งได้ 3.5-4.5%

จากการหดตัวอย่างหนัก 17.1% ในไตรมาส 2 ปี 2563 (Q1: -16.4%) พอมาถึงไตรมาส 3 แม้จะยังติดลบอยู่ แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก พยุงขึ้นมาอยู่ 2.7% โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ไตรมาส 3 ของมาเลเซียฟื้นกลับมา คือ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ที่เติบโตขึ้น 3.3% เทียบกับไตรมาสที่แล้ว 18.3% ในส่วนการส่งออกสินค้ายังคงหดตัว 4.7% แต่ก็ถือว่าดีขึ้นจากไตรมาส 2 มากๆ เพราะตอนนั้นหดตัวถึง 21.7% ทีเดียว

ในภาพรวมไตรมาส 3 ของมาเลเซีย ถือว่าดีขึ้นมาก ไม่ได้หนักหนาเท่าไตรมาส 2 ที่ติดลบเลข 2 หลักเกือบทุกอย่าง เหลือเพียงภาคการก่อสร้างที่ยังติดลบเลข 2 หลักอยู่ คือ 12.4% จากไตรมาส 2 หดตัว 44.5% นั่นทำให้ทั้งปี 2563 มีการประมาณการ GDP ไว้ว่าน่าจะอยู่ที่ 4.5-3.5%

ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจมาเลเซียนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไตรมาส 3 ปีที่แล้วขยายตัว 4.4% โดยมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2564 จะกลับมาโต 6.5-7.5% เลยทีเดียว