เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาสแรกปีนี้โตดีเกินคาด

Posted by

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่ากระทรวงวางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ออกรายงานสรุปสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ขยายตัวร้อยละ 6.9 ดีกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ซึ่งประเมินเอาไว้ที่ร้อยละ 6.6 และดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งจีดีพีขยายตัวเพียงร้อยละ 5.2 อีกทั้งถือเป็นอัตราการเติบโตของจีดีพีรายไตรมาสที่สูงที่สุด นับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2557

joker123

ทั้งนี้ การที่แนวโน้มของเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดีตั้งแต่ต้นปี เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่หลายฝ่ายว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะสามารถขยายตัวได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือระหว่างร้อยละ 6.8-7.8 ในปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองด้วย เนื่องจากฟิลิปปินส์จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งว่าที่ผู้นำคนใหม่คือนายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีฝีปากกล้าจากเมืองดาเวา วัย 71 ปี

แม้ดูเตร์เตยืนยันจะสานต่อนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน อย่างไรก็ตาม การกำหนดนโยบายที่ยังไม่ชัดเจนสร้างความกังขาให้แก่หลายฝ่าย ซึ่งกำลังวิตกกังวลกับสถานการณ์ในภาคเกษตรกรรมของประเทศ เนื่องจากหากพิจารณาลงในรายละเอียดพบว่า ผลผลิตของภาคเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ 4.4 ในไตรมาสแรกของปีนี้ แม้หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ลดผลผลิตทางการเกษตรคือปรากฏการณ์ธรรมชาติเอลนีโญ ที่ในปีนี้มีความรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่ากระทรวงวางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ออกรายงานสรุปสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ขยายตัวร้อยละ 6.9 ดีกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์ซึ่งประเมินเอาไว้ที่ร้อยละ 6.6 และดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งจีดีพีขยายตัวเพียงร้อยละ 5.2 อีกทั้งถือเป็นอัตราการเติบโตของจีดีพีรายไตรมาสที่สูงที่สุด นับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2557

สล็อต

ทั้งนี้ การที่แนวโน้มของเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดีตั้งแต่ต้นปี เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่หลายฝ่ายว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะสามารถขยายตัวได้เป็นไปตามเป้าหมาย คือระหว่างร้อยละ 6.8-7.8 ในปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองด้วย เนื่องจากฟิลิปปินส์จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งว่าที่ผู้นำคนใหม่คือนายโรดริโก ดูเตร์เต นายกเทศมนตรีฝีปากกล้าจากเมืองดาเวา วัย 71 ปี

แม้ดูเตร์เตยืนยันจะสานต่อนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน อย่างไรก็ตาม การกำหนดนโยบายที่ยังไม่ชัดเจนสร้างความกังขาให้แก่หลายฝ่าย ซึ่งกำลังวิตกกังวลกับสถานการณ์ในภาคเกษตรกรรมของประเทศ เนื่องจากหากพิจารณาลงในรายละเอียดพบว่า ผลผลิตของภาคเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ 4.4 ในไตรมาสแรกของปีนี้ แม้หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ลดผลผลิตทางการเกษตรคือปรากฏการณ์ธรรมชาติเอลนีโญ ที่ในปีนี้มีความรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษก็ตาม

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ไตรมาส 3 โตเร็วเกินคาดที่ 6.9 % ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.ด้านการบริโภคสูงขึ้น หลังรัฐบาลอัดฉีดเพิ่มรายจ่ายขึ้นเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่รัฐ

สล็อตออนไลน์

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีอัตราโตอย่างน่าทึ่ง หลังปีการเลือกตั้ง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.อยู่ที่ 6.9% นับว่าสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยสูงกว่าไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ 6.7%
โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกขยายตัว 12.2% ขณะที่การปรับตัวขึ้นของผลผลิตด้านการเกษตร ก็มีส่วนช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ คาดว่าอัตราเติบโตของเศรษฐกิจประเทศตลอดทั้งปี 2560 จะบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ประมาณ 6.5% – 7.5 %
ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ชนะเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศ ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.ปี 2559 ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในสังคม นโยบายปราบยาเสพติดเเละความไม่สงบในเมืองมาราวี

เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัวดีเกินคาดช่วงไตรมาสแรกปีนี้ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เติบโต 2.2% จากไตรมาส 4 ที่ขยายตัว 1.9% โดยได้แรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่งและภาคการก่อสร้าง

jumboslot

จีดีพีที่ 2.2% นับเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่สูงที่สุดตั้งแต่ไตรมาสแรกปีที่แล้ว ขณะที่เมื่อเทียบรายปีนั้น จีดีพีขยายตัวถึง 7.8% ด้วยแรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ฟิลิปปินส์มีการเติบโตที่สูงที่สุดในเอเชีย แซงหน้าจีนที่ขยายตัว 7.7% เมื่อเทียบรายปี และเติบโต 1.6% เมื่อเทียบรายไตรมาส

สำนักวางแผนเศรษฐกิจกล่าวว่าจีดีพีไตรมาสแรกนับเป็นการขยายตัวไตรมาสที่ 3 ติดกันที่ฟิลิปปินส์ทำได้สูงกว่าระดับ 7%

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ที่พึ่งพาการส่งออก เผชิญความเสี่ยงเช่นกันจากความเป็นไปได้ที่ความต้องการสินค้าไฮเทคอาจซบเซา ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว นายอาร์เซนิโอ บาลิซากัน หัวหน้าฝ่ายวางแผนเศรษฐกิจ กล่าวว่าทางการตระหนักดีถึงความเสี่ยงขาลง เพราะเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง อีกทั้งกระแสเงินทุนยังเป็นความเสี่ยงอีกประการ

นักเศรษฐศาสตร์มองว่าธนาคารกลางมีแนวโน้มจะไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยไปตลอดปีนี้ โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะไม่เกินจากเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 3-5% แม้เศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง โดยการประชุมครั้งต่อไปของธนาคารกลางจะมีขึ้นวันที่ 13 มิ.ย. ปัจจุบันฟิลิปปินส์คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ 3.5% มาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2555

slot

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์มีการขยายตัวรวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 3/62 หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีการขยายตัวมากถึง 6.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ที่ 6% และมีการขยายตัวมากกว่าในไตรมาสสองที่ขยายตัวเพียง 5.5%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวอย่างมากในไตรมาสที่สามนั้น เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถเอาชนะปัญหาการใช้จ่ายแบบคอขวด รวมไปถึงการใช้จ่ายของภาครัฐฯที่เพิ่มขึ้นมากถึง 9.6% ในช่วงไตรมาสที่สาม หลังรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้รับการอนุมัติงบประมาณในเดือนเมษายน ขณะที่งบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 16.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ภาคการเกษตรและการประมงเพิ่มขึ้น 3.1% ด้านงบประมาณกระทรวงการคลังเพิ่มขึ้น 10% และการบริโภคของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 5.9%

นายเออร์เนสโต้ เปอร์เนีย เลขานุการการวางแผนเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เผยว่า รัฐบาลพยายามที่จะดำเนินงานโครงการที่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากความล่าช้าของงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่สี่ไว้ที่ 6.7% เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่ำสุดที่ 6-7% สำหรับปีนี้

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เกิดการชะลอตัวอย่างมากในช่วงไตรมาสที่สอง ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเงินเฟ้อที่ชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นผลให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วถึง 3 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตามนายเบนจามิน ดิโอคิโน่ ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยืนยันว่าจะไม่มีการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินในช่วงที่เหลือของปีนี้