สิงคโปร์และฮ่องกงบรรลุข้อตกลงเปิดทราเวลบับเบิลเข้าประเทศ

Posted by

ฮ่องกงและสิงคโปร์บรรลุข้อตกลงเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัว หรือ “ทราเวลบับเบิล” (travel bubble) โดยจะอนุญาตให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ปกติโดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน ขอเพียงมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนเดินทาง

joker123

เอ็ดเวิร์ด เหยา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สิงคโปร์ และ ออง เย คุง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ ระบุว่า ผู้โดยสารที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนขึ้นเครื่อง และเดินทางด้วยเที่ยวบินที่จัดไว้ให้เท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะประกาศให้ทราบภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

“นี่คือก้าวสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูการสัญจรทางอากาศอย่างปลอดภัยและระมัดระวัง และถือเป็นต้นแบบให้กับความร่วมมือในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก” ออง ระบุ

ทั้งนี้ การเปิดทราเวลบับเบิลกับสิงคโปร์ถือเป็นการรื้อฟื้นการเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ฮ่องกงห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีถิ่นพำนักเดินทางเข้าเมืองตั้งแต่ มี.ค. และแม้แต่ผู้เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่หรือมาเก๊าก็ยังต้องถูกกักตัว 14 วันตามมาตรการป้องกันโควิด-19

สำหรับสิงคโปร์นั้นประกาศทำข้อตกลงอนุญาตการเดินทางเชิงธุรกิจหรือราชการที่จำเป็นกับจีน, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย และเกาหลีใต้ไปแล้วก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเปิดรับผู้เดินทางจากบรูไน, นิวซีแลนด์, เวียดนาม และส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย

สล็อต

สัปดาห์นี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศลดเวลากักตัวผู้เดินทางจากฮ่องกงจาก 14 วันเหลือเพียง 7 วัน โดยถือว่าฮ่องกงเป็นหนึ่งในประเทศและดินแดนที่มีความเสี่ยงต่ำ

มาตรการปิดพรมแดนเพื่อสกัดโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศในแถบเอเชียแทบจะหยุดชะงัก โดยจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินในเดือน ส.ค. ลดลงถึง 97% ตามข้อมูลจากสมาคมสายการบินเอเชีย-แปซิฟิก

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในฮ่องกงลดลงเป็นตัวเลขหลักเดียวมาตั้งแต่เดือน ส.ค. ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้ ขณะที่สิงคโปร์ก็มียอดผู้ป่วยรายวันเฉลี่ยไม่ถึง 10 คนเช่นกัน

ฮ่องกงเตรียมอนุญาตให้ปชช.ที่ฉีดวัคซีนครบเดินทางไปยังสิงคโปร์ ขณะที่รมว.คมนาคมสิงคโปร์ยืนยันอยู่ระหว่างการเจรจาเปิด ‘ทราเวล บับเบิล’

นาย ออง เย คุง รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์ ยืนยันว่า ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงอยู่ระหว่างการเจรจาเปิดเส้นทาง ‘ทราเวล บับเบิล’ ระหว่างกัน หลังจากที่โครการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในฮ่องกง

สล็อตออนไลน์

การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง เตรียมอนุญาตให้ชาวฮ่องกงที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบสองโดส เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ภายใต้โครงการทราเวล บับเบิล ซึ่งจะเปิดทางให้ประชาชนสามารถเดินทางระหว่างกันได้โดยไม่ต้องกักตัวและไม่ต้องรายงานโปรแกรมการเดินทางในอนาคต

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฮ่องกงได้ประกาศห้ามไม่ให้เครื่องบินโดยสารของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ลงจอดในฮ่องกง ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 6 เมษายน 64 หลังจากที่พบว่าผู้เดินทางของสายการบินถูกตรวจพบว่าป่วยโรคโควิด-19 ขณะที่ผู้เดินทางอีก 3 คนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการควบคุมโรค

แวดวงการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เมื่อล่าสุดประเทศอย่างสิงคโปร์เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศด้วย “ทราเวลบับเบิ้ล” (Travel Bubble) โครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดีขึ้น

ถ้าอยากไปสิงคโปร์ด้วยทางเลือกนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่ มีนวัตกรรมและการคิดเชิงออกแบบอะไรบ้างที่ประเทศไทยน่าเอามาปรับใช้เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามไปดูกัน

โครงการทราเวลบับเบิ้ลสิงคโปร์เป็นอย่างไร?
ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่ สิงคโปร์ได้ออกแบบที่พักในช่วงเฝ้าระวังอาการ 14 วัน ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการทรมานจากการกักตัว ทั้งความเครียด ความน่าเบื่อ และความอึดอัด จากการถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่แคบ โดยหากเลือกเข้าโครงการนี้ จะได้สิทธิพิเศษที่จะไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการกักตัวตามมาตรการของภาครัฐฯ

jumboslot

สถานที่ของโครงการนี้มีชื่อว่า “คอนเนคแอทชางงี” (Connect@Changi) ถูกสร้างขึ้นภายใต้ศูนย์ประชุมสิงคโปร์เอ็กโป (Singapore Expo) มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 1 ล้านตารางฟุต เดินทางจากสนามบินชางงีถึงในไม่เกิน 5 นาที

โครงการนี้ได้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัทเทมาเส็ค (Temasek Holdings) ชางงีแอร์พอร์ตกรุ๊ป (Changi Airport Group) ชีแอเรียส์-เฮลท์แคร์กรุ๊ป (Sheareas Healthcare Group) และบริษัทรายใหญ่ๆ อื่นๆ ด้วย ซึ่งใช้เวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้น (จากเดือนธันวาคม ปี 2563) ในการเปิดตัว

ต้องใช้เงินเท่าไหร่
ในช่วงเวลาที่เข้ากักตัวแบบพิเศษกับโครงการทราเวลบับเบิ้ลนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการควรเตรียมเงินโดยประมาณ 150,000-180,000 บาท ไว้สำหรับเป็นค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นสั่งอาหารข้างนอกเพิ่มเติมหรือใช้ห้องประชุมที่ไม่ได้รวมในแพคเกจด้วย

โดยค่าห้องพัก ตั้งต้นที่ราวแสนบาทเศษๆ 1.2 แสนบาท สำหรับห้องพักแบบ Executive ในแพคเกจที่พักรวมสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องให้ใช้ฟรี รวมถึงอาหารทุกมื้อ โทรศัพท์ออกข้างนอก ใช้บริการยิมและออกไปพักผ่อนในสวนใจกลางโครงการซึ่งมีเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติให้บริการด้วย

ขณะเดียวกันก็มีบริการให้ใช้ห้องประชุมซึ่งไม่ได้รวมในแพ็คเกจ โดยต้องจ่ายเพิ่มต่างหากต่อครั้ง มีให้เลือกทั้งห้องเล็กและห้องใหญ่ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 350-3,500 บาทต่อชั่วโมง

slot

เตรียมพร้อมอะไรบ้างเพื่อร่วมโครงการ?
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ Connect@Changi แล้วรอการอนุมัติ จากนั้นบริษัทจะประสานงานกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อนุมัติวีซ่ากรณีพิเศษให้ (ยกเว้นประเทศอังกฤษและแอฟริกาใต้ที่สุ่มเสี่ยงมาก)

เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ต้องตรวจโควิด-19 ด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) ก่อนไฟลท์บิน 72 ชั่วโมง และเมื่อบินมาถึงสิงคโปร์แล้วก็ต้องตรวจอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นทางโครงการจะพาไปส่งยัง Connect@Changi ด้วยชัทเติ้ลบัส และเมื่อมาถึงแล้วยังต้องตรวจโควิดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นต้องอยู่ในห้องพักของตนเองจนกว่าจะได้รับผลตรวจ (ไม่เกิน 6-12 ชั่วโมง) หากผลเป็นลบจะสามารถออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่ต่างๆ ของโครงการได้ แต่หากผลเป็นบวกจะต้องถูกส่งไปดูแลโดยสถานพยาบาลของสิงคโปร์ที่ควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุข

ลักษณะห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวก
ทางด้านห้องพัก ตอนนี้มีพร้อมเปิดให้บริการ จำนวน 150 ห้อง และอีก 660 ห้องคาดว่าจะเปิดให้บริการเดือนพฤษภาคม กลางปีนี้ ซึ่งจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เกือบถึง 1,000 คน

เมื่อพักอยู่ที่นี่ สามารถทำทุกอย่างผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ตั้งแต่ สั่งอาหาร (ซึ่งอาหารจะมาส่งที่ลิ้นชักเล็กๆ ที่หน้าห้อง Cubbyhole) จองห้องประชุม และจองยิม เพื่อป้องกันการติดเชื้อทั้งสองฝ่าย ดังนั้นทั้งผู้พักอาศัยและสตาฟผู้ให้บริการจะไม่ต้องเผชิญหน้ากัน