สิงคโปร์ประณามกองทัพพม่าใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชนเป็นความอับอายของชาติ

Posted by

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ออกมาระบุวันนี้ (5 มี.ค.) ว่า การที่กองทัพของประเทศใดประเทศหนึ่งใช้อาวุธเข่นฆ่าทำร้ายประชาชนของตัวเอง ถือเป็น “ความอับอายของชาติ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้นำทหารพม่าใช้แนวทางสันติวิธี เพื่อคลี่คลายเหตุจลาจลทางการเมือง

joker123

วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า “มันคือสิ่งที่น่าอับอายที่สุดสำหรับประเทศชาติ เมื่อกองทัพของประเทศใดประเทศหนึ่งหันอาวุธเข้าหาประชาชนของตัวเอง”

เขาย้ำว่า รัฐบาลสิงคโปร์ตกตะลึง และรู้สึกกังวลอย่างยิ่งที่ได้เห็นการใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองพม่า

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานว่า เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารในพม่าที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 54 คน และมีผู้ถูกจับกุมอีกไม่ต่ำกว่า 1,700 คน ในจำนวนนี้เป็นสื่อมวลชน 29 คน

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เปิดประชุมหารือกับผู้แทนรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยสิงคโปร์และเพื่อนบ้านอาเซียนบางประเทศเรียกร้องให้กองทัพพม่าปล่อยตัว อองซาน ซูจี รวมถึงผู้นำทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขัง

สล็อต

ทั้งนี้ บาลากริชนัน ยืนยันว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มีการหารือกันแบบ “รายวัน” เกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่า แต่ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่า แม้อาเซียนจะพร้อมแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนให้พม่ากลับคืนสู่สภาวะปกติ และความมีเสถียรภาพ แต่การใช้แรงกดดันภายนอกต่อผู้นำทหารพม่านั้น “มีข้อจำกัด”

“ถ้าคุณย้อนดูเหตุการณ์ตลอดช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือการตำหนิติเตียนในเชิงศีลธรรมใดๆ แทบจะไม่มีผลกระทบต่อผู้นำทหารพม่าเลย” รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าว

บาลากริชนัน ยังระบุด้วยว่า แม้การอ้างอิงกฎบัตรอาเซียน หรือประกาศด้านสิทธิมนุษยชนจะมีความสำคัญ แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของระบอบเผด็จการทหารในพม่า

“กุญแจสำคัญยังขึ้นอยู่กับปัจจัยในพม่าเอง ส่วนการใช้แรงกดดันจากภายนอกนั้น ยังให้ผลที่ค่อนข้างจำกัด”

สล็อตออนไลน์

รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงจุดยืนต่อต้านกองทัพพม่าก่อรัฐประหาร ชี้ ถือเป็นความอัปยศของชาติที่มีกองทัพใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชนในชาติตนเอง หลังใช้วิธีรุนแรงปราบผู้ชุมนุมต้านรัฐประหาร ดับกว่า 50

เมื่อ 5 มี.ค.64 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์ แสดงจุดยืนต่อต้านกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยนายวิเวียน บาลากฤษณัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวในวันนี้ (5 มี.ค.64) ว่า ถือเป็นความอัปยศอดสูของชาติที่มีกองทัพใช้อาวุธประหัตประหารเข่นฆ่าประชาชนในประเทศของตนเอง หลังจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมาได้ยกระดับการปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารด้วยความรุนแรงมากขึ้น เป็นเหตุให้เมื่อ 3 มี.ค. มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตในวันเดียวมากถึง 38 ศพ

รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ยังเรียกร้องให้คณะรัฐบาลทหารพยายามคลี่คลายสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศด้วยสันติวิธี โดยรัฐบาลสิงคโปร์ และรมว.ต่างประเทศชาติสมาชิกอาเซียนอีกจำนวนหนึ่ง ได้พยายามเรียกร้องให้กองทัพเมียนมาปล่อยตัว นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยโดยทันที

jumboslot

ก่อนหน้านี้ 4 มี.ค.64 กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ได้แจ้งเตือนพลเมืองสิงคโปร์ที่ยังอยู่ในประเทศเมียนมาให้รีบเดินทางออกจากประเทศเมียนมาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย หลังจากกองทัพได้ปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยสหประชาชาติระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 54 ศพ และมีผู้เคลื่อนไหวและผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารถูกจับกุมแล้วกว่า 1,700 คน รวมทั้งนักข่าว 29 คน นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในวันที่ 1 ก.พ.

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ออกมาระบุวันนี้ (5 มี.ค.) ว่า การที่กองทัพของประเทศใดประเทศหนึ่งใช้อาวุธเข่นฆ่าทำร้ายประชาชนของตัวเอง ถือเป็น “ความอับอายของชาติ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้นำทหารพม่าใช้แนวทางสันติวิธี เพื่อคลี่คลายเหตุจลาจลทางการเมือง

วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า “มันคือสิ่งที่น่าอับอายที่สุดสำหรับประเทศชาติ เมื่อกองทัพของประเทศใดประเทศหนึ่งหันอาวุธเข้าหาประชาชนของตัวเอง”

slot

เขาย้ำว่า รัฐบาลสิงคโปร์ตกตะลึง และรู้สึกกังวลอย่างยิ่งที่ได้เห็นการใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองพม่า

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานว่า เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารในพม่าที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 54 คน และมีผู้ถูกจับกุมอีกไม่ต่ำกว่า 1,700 คน ในจำนวนนี้เป็นสื่อมวลชน 29 คน

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เปิดประชุมหารือกับผู้แทนรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยสิงคโปร์และเพื่อนบ้านอาเซียนบางประเทศเรียกร้องให้กองทัพพม่าปล่อยตัว อองซาน ซูจี รวมถึงผู้นำทางการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขัง

ทั้งนี้ บาลากริชนัน ยืนยันว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มีการหารือกันแบบ “รายวัน” เกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่า แต่ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่า แม้อาเซียนจะพร้อมแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนให้พม่ากลับคืนสู่สภาวะปกติ และความมีเสถียรภาพ แต่การใช้แรงกดดันภายนอกต่อผู้นำทหารพม่านั้น “มีข้อจำกัด”

“ถ้าคุณย้อนดูเหตุการณ์ตลอดช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือการตำหนิติเตียนในเชิงศีลธรรมใดๆ แทบจะไม่มีผลกระทบต่อผู้นำทหารพม่าเลย” รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าว

บาลากริชนัน ยังระบุด้วยว่า แม้การอ้างอิงกฎบัตรอาเซียน หรือประกาศด้านสิทธิมนุษยชนจะมีความสำคัญ แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของระบอบเผด็จการทหารในพม่า

“กุญแจสำคัญยังขึ้นอยู่กับปัจจัยในพม่าเอง ส่วนการใช้แรงกดดันจากภายนอกนั้น ยังให้ผลที่ค่อนข้างจำกัด”