ลาวเดินหน้าสานต่อแผนแบตเตอรี่เอเชีย

Posted by

รอยเตอร์ – ลาวกำลังผลักดันโครงการเขื่อนไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง แม้ประเทศเพื่อนบ้านจะแสดงความวิตกกังวลว่าเขื่อนอาจส่งผลกระทบต่อการประมงและการทำการเกษตรในพื้นที่ปลายน้ำ

joker123

ตามการระบุของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) (1) โครงการเขื่อนหลวงพระบางขนาด 1,400 เมกะวัตต์ จะเป็นเขื่อนแห่งที่ 3 และมีขนาดใหญ่ที่สุดบนแม่น้ำโขง ซึ่งเดิมมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในปีนี้ รัฐบาลกัมพูชา ไทย และเวียดนาม ได้แสดงความวิตกกังวลต่อลาว และร้องขอเวลาในการประเมินผลกระทบให้มากขึ้น

หลังกระบวนการปรึกษาหารือของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับโครงการเสร็จสิ้นลงวานนี้ (30) “ในขณะที่ทั้ง 3 ประเทศยอมรับถึงอำนาจอธิปไตยและสิทธิของลาว…พวกเขาได้ร้องขอให้ลาวใช้เวลาพิจารณาคำแนะนำของพวกเขา” คณะกรรมาธิการระบุในคำแถลง

รัฐบาลกัมพูชากล่าวกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงระหว่างกระบวนการปรึกษาหารือว่า ควรมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนเพิ่มเติม ขณะที่เวียดนามได้ขอให้ลาวจัดสรรเวลาและทรัพยากรให้มากขึ้น การศึกษาของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้แสดงให้เห็นว่าเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักสามารถสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรปลายน้ำ

จากการกีดขวางการไหลของตะกอนลงสู่พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำและขัดขวางการอพยพของปลา แต่อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญาแม่น้ำโขงปี 2538 ไม่ได้ให้อำนาจกับ 3 ประเทศเพื่อนบ้านในการยับยั้งโครงการใดๆ

สล็อต


ในลาว การพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญในแผนการของลาวที่จะส่งออกพลังงานไฟฟ้าราว 20,000 เมกะวัตต์ ให้กับประเทศเพื่อนบ้านภายในปี 2573 เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง 2 แห่ง คือ เขื่อนไซยะบุรีขนาด 1,285 เมกะวัตต์ และเขื่อนดอนสะโฮงขนาด 260 เมกะวัตต์ เสร็จสมบูรณ์ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมก็ตาม แ

ละเมื่อเขื่อนไฟฟ้าใหม่เหล่านี้เริ่มการผลิต ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่า 50 ปี ทำให้เกิดคำถามจากนักสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนหลวงพระบางเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างรัฐบาลลาว บริษัทปิโตรเวียดนามพาวเวอร์ และบริษัท ช.การช่าง ของไทย เพียรพร ดีเทศน์ นักรณรงค์จากองค์การแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า กระบวนการปรึกษาหารือไม่เคยนำไปสู่การถกเถียงที่มีความหมายถึงผลกระทบหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าเหล่านี้ ดังนั้นคำถามจากประชาชน เอ็นจีโอ และรัฐบาล ไม่เคยได้รับคำตอบที่เหมาะสม

แนวนโยบายของรัฐบาลลาว ใน พ.ศ.2558 ลาวจะไม่ซื้อไฟฟ้าจากไทยอีกแล้ว เพราะได้สร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ามากมาย พยายามกระจายไฟฟ้าให้ทั่วถึงทั้งประเทศ และหวังเป็นแบตเตอรี่เอเชียอย่างเต็มตัวอีกด้วย

การสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าลาวที่อยู่ในความสนใจของคนไทยคือ เขื่อนไฟฟ้าไชยะบุรี เขื่อนนี้อยู่ห่างจากแขวงไชยะบุรีประมาณ35 กม. และห่างจากหลวงพระบางประมาณ80 กม. เป็นเขื่อนลักษณะคล้าย “ฝายทดน้ำ” สูง 40 เมตร แนวกั้นแม่น้ำโขง 820 เมตร

ผู้ก่อสร้าง ท้าววิระพน วิระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ แห่ง สปป.ลาว บอกว่า บริษัทไชยะบุรีเพาเวอร์ เป็นผู้ก่อสร้าง บริษัท ช.การช่างของไทยถือหุ้นใหญ่ 30 เปอร์เซ็นต์ ก่อนสร้างมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว พบว่าผลจากการสร้างเขื่อนนี้ ต้องย้ายผู้คนออกจากพื้นที่ 375 ครอบครัว ชาวบ้านประมาณ 2,200คน ผู้ได้รับผลกระทบจะได้ค่าชดเชยทั้งหมด ตามระเบียบและการพิจารณาของคณะกรรมการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าผู้ได้รับผลกระทบ เข้าใจรัฐบาลและเป็นผู้เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติพัฒนา

สล็อตออนไลน์

ใช้เงินก่อสร้างประมาณ3,500 ล้านดอลลาร์ มีอายุสัมปทาน 29 ปี หลังจากนั้น มอบให้รัฐบาลลาว พลังงานจากเขื่อนไชยะบุรีนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ขายให้กับกฟผ.ประเทศไทย ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ใช้ในประเทศลาว

ในมุมของชาวบ้านเป็นอย่างไร นางบุนโฮม หอมสมบัด อายุ 33 ปี ชาวบ้านสะพานทองใต้ เมืองสีสัตตะนาค แขวงกำแพงนครเวียงจันทน์บอกว่า ทราบว่าการสร้างเขื่อน บริษัท ช.การช่างเข้ามาทำที่งึมสองก่อน แล้วค่อยมาทำที่ไชยะบุรี เขื่อนไชยะบุรีนี้จะเกิดผลดี เพราะว่าแม่น้ำโขงไหลมาจากประเทศจีน เมื่อจีนปล่อยน้ำออกมา ถ้าลาวไม่มีอ่างเก็บน้ำไว้ น้ำก็จะไหลไปหมด เราจะขาดน้ำใช้ทั้งไทยและลาว

สิ่งสำคัญคือ “เราได้ไฟฟ้าใช้ทั้งไทยและลาว เศรษฐกิจหลักของลาวคือไฟฟ้า เมื่อสร้างเขื่อนแล้วแม้น้ำจะท่วมที่ดิน แต่จะไม่ท่วมมากจนเกินไป เพราะเขื่อนไชยะบุรีเป็นลักษณะฝายทดน้ำ เมื่อน้ำปริมาณมากก็จะไหลล้นออกมาตามระดับที่ควบคุมไว้ นักสำรวจได้สำรวจไว้อย่างน้อย 18 เดือนแล้ว”

ผลตามมา “ชาวประมงหาปลาได้ คนลาวดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว เมื่อมีน้ำก็มีปลา ถ้าเราไม่ทำเขื่อน น้ำก็จะไหลไปหมดทั้งน้ำและปลา เราอยู่ใต้เขื่อนประเทศจีน ถ้าจีนไม่เปิดเขื่อนและเราไม่มีเขื่อน เราก็ไม่มีน้ำใช้ รู้มาว่าคนไทยมาประท้วงที่เขื่อนไชยะบุรี แต่คนลาวไม่ได้ไปร่วมด้วย เพราะถ้าสร้างเขื่อนมาแล้ว คนลาวได้ประโยชน์ ทำให้มีงานทำ มีไฟฟ้าใช้และขายให้ต่างประเทศ”

เมื่อถามว่า มองแผนสร้างเขื่อนของรัฐบาลอย่างไร บุนโฮม บอกว่า ลาวมีนโยบายสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง และแม่น้ำน้อยใหญ่ที่ไหลลงแม่น้ำโขงทั้งหมด 12 สาขา เช่น แม่น้ำอู แม่น้ำคาน แม่น้ำบังเหียง เป็นต้น เราผลิตไฟฟ้าส่งขาย ล้วนเป็นผลดีต่อประเทศ ช่วยเหลือประชาชนเพราะการสร้างเขื่อน สามารถควบคุมน้ำขึ้นน้ำลงได้ ก่อนสร้างเขื่อนชาวบ้านปลูกผักได้ปีละครั้งเดียว อาศัยเวลาน้ำลงเท่านั้น แต่เมื่อสร้างเขื่อนเราควบคุมระดับน้ำได้ ชาวบ้านปลูกพืชผักได้ เป็นรายได้เสริมของพวกเรา

jumboslot

นโยบายลาวเป็นแบตเตอรี่เอเชีย คิดว่าประชาชนจะได้อะไร บุนโฮมบอกว่า ผลโดยรวมของประเทศ “ในมุมของข้าพเจ้า แม้เราจะเป็นคนขายไฟฟ้า แต่ปัจจุบันลาวใต้ยังต้องซื้อไฟฟ้าจากไทยอยู่ ถ้าเราทำเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงพอ เราก็ไม่ต้องซื้อไฟฟ้าอีกต่อไป ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้า รัฐบาลเราก็จะนำมาพัฒนาบ้านเมือง สมัยก่อนเรายังยากจนมาก เมื่อขายไฟฟ้าได้ เราค่อยๆ พัฒนาเสริมขึ้นมา พนักงานรัฐก็จะได้เงินอุดหนุน โรงเรียนก็จะได้เงินมาพัฒนา พนักงานของรัฐเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะได้มีเงินอุดหนุน เอาเงินส่วนนี้มาอุดหนุนหมุนเวียนกันไป”

และที่สำคัญผลจากลาวสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า “คนลาวได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูกมาก อย่างที่บ้านข้าพเจ้า สิ้นเดือนจ่ายประมาณ 200 บาทเท่านั้น ไม่เกินจากนี้ แม้ที่บ้านจะมีพัดลม โทรทัศน์ ตู้เย็น และใช้แอร์ทุกคืน” บุนโฮมยืนยัน

สำหรับนโยบายและการสร้างเขื่อนของรัฐบาลลาวนั้น เกิดขึ้นได้เพราะ 1.ลาวมีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทางประมาณ 1,835 กม. ส่วนใหญ่ที่ไหลผ่าน เป็นพื้นดินของลาวทั้งสองฟากฝั่ง ทำให้ลาวสร้างเขื่อน แม้จะมีเสียงทัดทานบ้างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้สายน้ำเดียวกัน แต่เนื่องจากจีนสร้างเป็นตัวอย่างมาก่อน เสียงทัดทานจึงแผ่วโผยไป 2.ลาวมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นธาร 3.ลาวมีแม่น้ำไหลลงแม่น้ำโขงไม่ต่ำกว่า 10 สาย และ 4.ลาวปกครองแบบสังคมนิยม นโยบายของรัฐบาลไม่มีคนต่อต้าน

ปี พ.ศ.2556 นี้ ลาวสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าไปแล้ว 21 เขื่อน โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ทั่วประเทศมีระบบสายส่งไฟฟ้ารวมกันเป็นระยะทาง 40,000 กม.

slot

ปีนี้ลาวกำลังสร้างเขื่อนอีก 17 แห่ง ถ้าสำเร็จตามแผน จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันได้กว่า 5,000 เมกะวัตต์ โดยจะส่งออกประมาณ 3,674 เมกะวัตต์ ที่เหลือจำหน่ายภายในประเทศ และยังได้อนุมัติให้สร้างเขื่อนไฟฟ้าอีกจำนวน 6 แห่ง มีกำลังไฟฟ้าผลิตรวม 858 เมกะวัตต์ ครึ่งหนึ่งของไฟฟ้าที่ผลิตได้จะใช้ในประเทศ

ปัจจุบันลาวมีประชากรเพียง 6.51 ล้านคน ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศประมาณ 236,800 ตร.กม. เมื่อพื้นที่ว่างมาก รัฐบาลจึงเปิดให้ต่างชาติเข้ามาเช่าระยะยาว ทั้ง 30 ปี และ 90 ปี ภาคเหนือมีจีนเข้ามาเช่าทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และปลูกกล้วยไข่ส่งกลับไปยังประเทศของตัวเอง

แม้ลาวจะผลิตไฟฟ้าขาย แต่ส่วนหนึ่งยังซื้อไฟฟ้าจากไทยเพื่อนำไปใช้ในภาคต่างๆ เนื่องจากระบบไฟฟ้าแรงสูงในประเทศยังกระจายไปไม่ทั่วถึง แม้ในระยะที่ผ่านมา 10 ปีนี้ลาวจะพยายามขยายไฟฟ้าไปตามภาคต่างๆ เกือบจะทั่วประเทศแล้วก็ตาม

ตามข้อมูลประจำปี 2554-2555 ของกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวบรวมในเดือนสิงหาคม ปี 2555 ที่ผ่านมาระบุว่า ลาวมีการบันทึกความเข้าใจ และการก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ากับนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศจำนวน 80 โครงการ

ในจำนวนนั้น 39 โครงการอยู่ในขั้นตอนการสำรวจศึกษาความเป็นไปได้ อีก 28 โครงการได้พัฒนาไปแล้ว ที่เหลืออีก 13 โครงการอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง ถ้าสำเร็จทั้งหมดจะผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันได้ 20,000 เมกะวัตต์

ทั้งเป็นแบตเตอรี่เอเชียได้สมบูรณ์ และไม่ต้องซื้อไฟฟ้าจากไทย ส่วนไทยต้องซื้อจากลาวและทะเลาะเรื่องแหล่งพลังงานไฟฟ้ากันต่อไป.