วันกองทัพมินอ่องหล่ายย้ำสัญญาฟื้นฟูประชาธิปไตย

Posted by

กองกำลังความมั่นคงพม่ายิงผู้ประท้วงดับอีกอย่างน้อย 16 รายในวันนี้ (27 มี.ค.) ตามรายงานจากสื่อและผู้เห็นเหตุการณ์ ขณะที่พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประกาศในพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพ ยันทหารจะปกป้องประชาชน และฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย

joker123

ประชาชนชาวพม่าที่ต่อต้านการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ยังคงเดินหน้าชุมนุมประท้วงตามท้องถนนในนครย่างกุ้ง, มันฑะเลย์ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยไม่หวั่นเกรงคำเตือนจากฝ่ายทหารที่ขู่จะยิงผู้ประท้วงที่ “ศีรษะและหลัง”

“วันนี้เป็นวันแห่งความอัปยศของกองทัพพม่า” ดร.ซาซา โฆษกคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ซึ่งเป็นกลุ่มนักการเมืองพม่าที่โดนถูกหลังเกิดรัฐประหาร ประกาศผ่านสื่อออนไลน์

“พวกนายพลยังมีหน้าจัดพิธีเฉลิมฉลองวันกองทัพ หลังจากที่ฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 300 คน”

จากสถิติที่รวบรวมจนถึงวันศุกร์ (26) พบว่ามีชาวพม่าถูกสังหารจากการชุมนุมต่อต้านรัฐประหารแล้วไม่ต่ำกว่า 328 คน ภายในระยะเวลาแค่ไม่ถึง 2 เดือน

ล่าสุด สำนักข่าว Myanmar Now รายงานว่า ทหารได้ปราบปรามและยิงผู้ประท้วงดับอีกไม่ต่ำกว่า 50 รายในวันนี้ (27) โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดยังรวมถึงผู้ประท้วง 13 คนซึ่งถูกยิงในเมืองมัณฑะเลย์, อีก 9 ศพที่เขตสะกายง์ (Sagaing) และ 7 ศพในนครย่างกุ้ง

หลังจากเป็นประธานในพิธีสวนสนามวันกองทัพซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารพม่า ก็ได้เอ่ยย้ำคำมั่นสัญญาอีกครั้งว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนเช่นเคย

สล็อต

“กองทัพปรารถนาที่จะร่วมมือกับประชาชนทั้งประเทศ เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย” นายพลอาวุโสระบุในคำแถลงซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ พร้อมย้ำว่าทางการจะปกป้องประชาชน และนำความสงบกลับคืนสู่พม่าโดยเร็ว

“การใช้ความรุนแรงที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ เพียงเพื่อจะเรียกร้องสิ่งต่างๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม” เขากล่าว

ค่ำวานนี้ (26) สถานีโทรทัศน์แห่งชาติพม่าได้เผยแพร่คำแถลงจากกองทัพที่ออกมาเตือนอย่างน่าขนลุกว่า “ท่านทั้งหลายควรเรียนรู้จากโศกนาฏกรรมและความตายที่น่าอนาถก่อนหน้านี้ เพราะว่าตัวท่านเองก็อาจจะถูกยิงเข้าที่ศีรษะหรือหลังเช่นกัน”

ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้รับ “ไฟเขียว” ให้ยิงสังหารผู้ประท้วง และที่ผ่านมาคณะรัฐประหารพม่าก็มักจะอ้างว่ากระสุนสังหารมาจากฝ่ายผู้ชุมนุมเอง

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย อ้างว่าทหารจำเป็นต้องเข้ายึดอำนาจการปกครอง เนื่องจาก ซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของเธอ “ทำผิดกฎหมาย” อีกทั้งยังอ้างว่าผู้นำพรรคบางคนมีพฤติกรรมทุจริตคอรัปชัน และกำลังถูกดำเนินคดี

สล็อตออนไลน์

ซูจี ซึ่งเป็นผู้นำพลเรือนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในพม่า ยังคงถูกคุมขังอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีการเปิดเผย เช่นเดียวกับสมาชิกพรรค NLD อีกหลายคน

ในขณะที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกรุมคว่ำบาตรกดดันพม่าอย่างหนัก แต่ปรากฏว่ารัสเซียกลับส่ง ‘อเล็กซานเดอร์ โฟมิน’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ไปยังกรุงเนปิดอว์เพื่อร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพพม่า และ โฟมิน ยังได้เข้าหารือกับคณะผู้นำทหารพม่าเมื่อวานนี้ (26) ด้วย

“รัสเซียคือเพื่อนแท้ของเรา” พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ระบุ

หลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างรัสเซียกับพม่านั้นสนิทแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยมอสโกได้ให้การฝึกฝนแก่ทหารพม่าหลายพันนาย อีกทั้งยังจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ด้วย

หลังการรัฐประหาร กองทัพเมียนมาได้ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ว่าจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลา 1 ปี โดยให้ “พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุด และแต่งตั้ง “นายพล มิน ส่วย” อดีตรองประธานาธิบดี ขึ้นเป็นผู้รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี

แน่นอนว่า โมงยามนี้ประชาคมโลกย่อมจับจ้องไปที่ผู้นำการรัฐประหารที่ชื่อ “มิน อ่อง หล่าย”

jumboslot

สำหรับคนไทยและประเทศไทยแล้ว ชื่อ “มิน อ่อง หล่าย” เป็นที่คุ้นหูและได้ยินได้ฟังกันมาอย่างต่อเนื่อง
ในทางการเมือง มีความพยายามที่จะโยงชื่อนี้ไปที่ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ผู้ล่วงลับ ด้วยเป็นที่รับรู้ว่า “มิน อ่อง หล่าย” ปวารณาตัวเป็น “บุตรบุญธรรมป๋าเปรม”

สายสัมพันธ์ตรงนี้เกิดขึ้นหลังจากได้เข้าพบ ‘ป๋าเปรม’ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ในปี 2555 ซึ่งทั้งคู่ต่างพูดคุยถูกคอกันจึงทำให้ “มิน อ่อง หล่าย” ได้ขอเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่นั้นมา หลังจากนั้นทุกครั้งที่มาเยือนไทยก็จะเข้าพบป๋าเปรมเสมอ

แต่เอาเข้าจริงต้องบอกว่า “มิน อ่อง หล่าย” มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มก๊วนอำนาจในประเทศไทยอย่างกว้างขวางมาทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร”

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ด้วยเหตุอันใดการรัฐประหารในเมียนมาครั้งนี้ ทั้ง “นายใหญ่”ทักษิณ ชินวัตร และ “นายหญิง” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ “เงียบเป็นเป่าสาก” จนแทบจะประกาศตามหาคนหาย

ปกติ “สองศรีพี่น้องหนีคดี” เป็นโรคอ่อนไหวกับการรัฐประหารง่าย ทุกวันครบรอบ 19 กันยายน 2549 หรือ 22 พฤษภาคม 2557 จะต้องออกมาโอดโอยว่า ถูกกระทำย่ำยี

โดยเฉพาะ “ยิ่งลักษณ์” นี่น่าจะเป็นเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน ไม่มีแม้แต่แสดงความเห็นอกเห็นใจ “ออง ซาน ซูจี” แม้สักนิด เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์แทบจะร้าง

slot

นั่นเพราะสองศรีพี่น้องน้ำท่วมปาก พูดไม่ออก เพราะผู้ที่กระทำรัฐประหารอย่าง “มิน อ่อง หล่าย’ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “คนกันเอง” ของตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะ “ทักษิณ” นี่รักกันดี

โดยเมื่อปี 2556 ในช่วงเทศสงกรานต์ “ทักษิณ” เคยไปเจรจาลับกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่บ้านพักหรู เชิงเขาเขตมัณฑะเลย์ มาแล้ว ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการลงทุนโครงการท่าเรือทวาย ขณะเดียวกัน ยังมีข่าวว่า “ทักษิณ” มีบ่อน้ำมันอยู่ในเขตพิเศษทวายด้วย นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่า ผู้ทำรัฐประหารเมียนมารายนี้ ยกที่ดินใจกลางเมืองย่างกุ้งให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยมาแล้ว

หลักฐานคือเสียงของชายจากแดนไกลในคลิปบอกว่า เคยไปร่วมงานสงกรานต์กับมิน อ่อง หล่าย พร้อมระบุว่า “พวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึง ใจกลางเมืองย่างกุ้ง”

“ทักษิณ” นั้น มีความเกี่ยวข้องอยู่กับผลประโยชน์ทางธุรกิจครอบครัวกับทางการเมียนมาที่มีผู้นำเป็นรัฐบาลทหารมาโดยตลอด

คดีที่คนไทยไม่มีวันลืมคือ กรณีที่ “ทักษิณ” สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้ ธนาคาร เอ็ก- ซิมแบงก์ อนุมัติปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอัตรา 3% ต่อปี ให้กับรัฐบาลพม่าวงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของเมียนมา ซึ่งดอกเบี้ยนั้นต่ำกว่าราคาต้นทุนของเอ็กซิมแบงก์ และเพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จาก บริษัท ชินแซทเทอร์ไลท์ ฯที่เป็นบริษัทในเครือชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร