มะนิลาสั่งเด็กต่ำกว่า18ห้ามออกนอกบ้านรอบใหม่หลังเคสใหม่พุ่ง

Posted by

กรุงมะนิลาเมืองหลวงของฟิลิปปินส์วันอังคาร(16 มี.ค)เพิ่มมาตรการสั่งห้ามออกจากบ้านไปยังเยาวชนในพื้นที่ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีผลเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่พรุ่งนี้ในความพยายามเพื่อต่อต้านเคสโควิด-19เพิ่ม สุดฮือฮา วัคซีนโควิด-19 สัญชาติอินเดีย “COVAXIN” เตรียมส่งขายสหรัฐฯในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 ตั้งเป้า 100 ล้านโดส

joker123

รอยเตอร์รายงานวันนี้(16 มี.ค)ว่า องค์การพัฒนาเมโทรมะนิลา( Metro Manila Development Authority)แถลงว่า มีเพียงแต่ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีจนถึง 65 ปีเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกบ้านได้ โดยทางองค์การได้อ้างอิงไปถึงการเห็นชอบร่วมกันของบรรดานายกเทศมนตรีเมืองต่างๆ

ทั้งนี้ปลายปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในโลกและยังเข้มงวดมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งกฎการห้ามบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องอยู่แต่ในที่พักนั้นยังคงถูกบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้พบว่าฟิลิปปินส์เห็นการเพิ่มขึ้นของเคสใหม่ในเดือนนี้ พบตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ประจำวันเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยในวันจันทร์(15)ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันถึง 5,404 ราย

และการประกาศใช้เคอร์ฟิวเวลากลางคืนยังถูกนำมาใช้อีกครั้งในวันจันทร์(15)และจะใช้ต่อไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากนี้ที่เขตเมืองหลวงกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดโรคโควิด-19ของฟิลิปปินส์ซึ่งมีประชาชนอาศัยอย่างหนาแน่นกว่า 12 ล้านคน

รอยเตอร์รายงานว่า นอกเหนือจากนี้มะนิลายังนำมาตรการห้ามอื่นกลับมาใช้อีกครั้ง เป็นต้นว่า คำสั่งห้ามการจำหน่ายสุรา และการปิดตายบางพื้นที่ชุมชนที่มีอัตราการติดเชื้อสูง

สล็อต

การขยายการจำกัดทางอายุเกิดขึ้น 5 เดือนหลังเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประชาชนฟิลิปปินส์อายุ 15 ปี – 65 ปีสามารถออกไปข้างนอกได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ต้องการจะฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาหลังจากต้องตกอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในปีที่แล้ว

หัวหน้ายุทธศาสตร์ไวรัสโคโรนาฟิลิปปินส์ คาร์ลิโต กาลเวซ(Carlito Galvez) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้าในโครงการแจกวัคซีนโควิด-19ของฟิลิปปินส์ โดยเขากล่าวชี้แจงว่า จะมีจำนวนวัคซีนมากขึ้นถูกส่งเข้ามาในเร็ววันนี้

ทั้งนี้วัคซีนโควิด-19จำนวนเกือบ 2.4 ล้านโดสคาดว่าจะเดินทางมาถึงในต้นเดือนเมษายน ซึ่งประกอบไปด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกาผ่านโครงการ COVAX จำนวน 979,200 โดส และวัคซีนซิโนแวคของจีนจำนวน 1.4 ล้านโดส รวมถึงวัคซีนอีก 400,000 โดสที่ได้รับการบริจาคจากจีน กาลเวซแถลง

และหัวหน้ายุทธศาสตร์ไวรัสโคโรนาฟิลิปปินส์ยังยืนยันว่า ฟิลิปปินส์ไม่มีแผนที่จะหยุดการแจกวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ชั่วคราวตามอย่างชาติอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะมีหลายชาติในยุโรปได้ออกคำสั่งหยุดการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาชั่วคราวก็ตามหลังมีรายงานเกี่ยวข้องกับปัญหาการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดดำ

นอกจากนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังลงนามข้อตกลงกับสถาบันเซรุมวิทยาอินเดียสำหรับการได้มาซึ่งวัคซีนโควิด-19ของสหรัฐฯ โนวาแวกซ์( Novavax)จำนวน 30 ล้านโดส และคาดว่าจะสามารถถูกส่งมาฟิลิปปินส์ได้ในไตรมาสที่ 3 หรือ ที่ 4 ของปี

สล็อตออนไลน์

รอยเตอร์รายงานวันนี้(16 มี.ค)ว่า องค์การพัฒนาเมโทรมะนิลา( Metro Manila Development Authority)แถลงว่า มีเพียงแต่ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีจนถึง 65 ปีเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกบ้านได้ โดยทางองค์การได้อ้างอิงไปถึงการเห็นชอบร่วมกันของบรรดานายกเทศมนตรีเมืองต่างๆ

ทั้งนี้ปลายปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในโลกและยังเข้มงวดมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งกฎการห้ามบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีต้องอยู่แต่ในที่พักนั้นยังคงถูกบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้พบว่าฟิลิปปินส์เห็นการเพิ่มขึ้นของเคสใหม่ในเดือนนี้ พบตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ประจำวันเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยในวันจันทร์(15)ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันถึง 5,404 ราย

และการประกาศใช้เคอร์ฟิวเวลากลางคืนยังถูกนำมาใช้อีกครั้งในวันจันทร์(15)และจะใช้ต่อไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากนี้ที่เขตเมืองหลวงกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดโรคโควิด-19ของฟิลิปปินส์ซึ่งมีประชาชนอาศัยอย่างหนาแน่นกว่า 12 ล้านคน

รอยเตอร์รายงานว่า นอกเหนือจากนี้มะนิลายังนำมาตรการห้ามอื่นกลับมาใช้อีกครั้ง เป็นต้นว่า คำสั่งห้ามการจำหน่ายสุรา และการปิดตายบางพื้นที่ชุมชนที่มีอัตราการติดเชื้อสูง

jumboslot

การขยายการจำกัดทางอายุเกิดขึ้น 5 เดือนหลังเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประชาชนฟิลิปปินส์อายุ 15 ปี – 65 ปีสามารถออกไปข้างนอกได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ต้องการจะฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาหลังจากต้องตกอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในปีที่แล้ว

หัวหน้ายุทธศาสตร์ไวรัสโคโรนาฟิลิปปินส์ คาร์ลิโต กาลเวซ(Carlito Galvez) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้าในโครงการแจกวัคซีนโควิด-19ของฟิลิปปินส์ โดยเขากล่าวชี้แจงว่า จะมีจำนวนวัคซีนมากขึ้นถูกส่งเข้ามาในเร็ววันนี้

ทั้งนี้วัคซีนโควิด-19จำนวนเกือบ 2.4 ล้านโดสคาดว่าจะเดินทางมาถึงในต้นเดือนเมษายน ซึ่งประกอบไปด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกาผ่านโครงการ COVAX จำนวน 979,200 โดส และวัคซีนซิโนแวคของจีนจำนวน 1.4 ล้านโดส รวมถึงวัคซีนอีก 400,000 โดสที่ได้รับการบริจาคจากจีน กาลเวซแถลง

และหัวหน้ายุทธศาสตร์ไวรัสโคโรนาฟิลิปปินส์ยังยืนยันว่า ฟิลิปปินส์ไม่มีแผนที่จะหยุดการแจกวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ชั่วคราวตามอย่างชาติอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะมีหลายชาติในยุโรปได้ออกคำสั่งหยุดการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาชั่วคราวก็ตามหลังมีรายงานเกี่ยวข้องกับปัญหาการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดดำ

นอกจากนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังลงนามข้อตกลงกับสถาบันเซรุมวิทยาอินเดียสำหรับการได้มาซึ่งวัคซีนโควิด-19ของสหรัฐฯ โนวาแวกซ์( Novavax)จำนวน 30 ล้านโดส และคาดว่าจะสามารถถูกส่งมาฟิลิปปินส์ได้ในไตรมาสที่ 3 หรือ ที่ 4 ของปี

slot

ทั้งนี้สื่อฟาร์มาไทม์สรายงานเมื่อวานนี้(15)ว่า บริษัทโนวาแวกซ์ที่มีฐานอยู่ในรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯมีประสิทธิภาพสูงสามารถต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 อยู่ที่ 86.3%

และค่าประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับไวรัสโควิด-19สายพันธุ์ดั้งเดิม ต่ออาการป่วยระดับเริ่มแรก ปานกลาง และวิกฤต อยู่ที่ 96.3%

ขณะเดียวกันอินเดียเองได้ผลิตวัคซีนโควิด-19ของตัวเองขึ้นชื่อ วัคซีนโควาซิน(COVAXIN)ของบริษัทยาสัญชาติอินเดีย บารัต ไบโอเทค( Bharat Biotech)

โดยบริษัทยาโอคูเจน อิงค์( Ocugen Inc)ที่มีฐานอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนียเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมกับบารัต ไบโอเทคต้องการที่จะทำให้วัคซีนโควิด-19ของอินเดียสามารถเข้าไปทำตลาดในสหรัฐฯได้

เป็นวัคซีนโควิด-19 ขนาด 2 โดส โดย ชานการ์ มูซูนูรี(Shankar Musunuri) ซีอีโอใหญ่ของโอคูเจนให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์วันจันทร์(15)ว่า ตั้งเป้าที่จะขายโควาซินของอินเดียในอเมริกาให้ได้ถึง 100 ล้านโดสในปี 2021 โดยทางบริษัทต้องการที่จะส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาในช่วงแรกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 ก่อนที่จะเดินหน้าผลิตขึ้นที่นั่น

สื่อมินท์(Mint)ของอินเดียรายงานว่า โควาซินมีผลประสิทธิภาพอยู่ที่ 81% ในผลการวิเคราะห์ชั่วคราวของการวิจัยที่มีผู้เข้าร่วม 26,000 คนในอินเดีย โดยบริษัทบารัต ไบโอเทคชี้ว่า ในเวลานี้มีกว่า 40 ประเทศให้ความสนใจในวัคซีนของทางบริษัท และทางบริษัทต้องการขออนุมัติให้วัคซีนสามารถใช้ฉุกเฉินได้ในฟิลิปปินส์และบราซิล