การจัดการภัยพิบัติกับอาเซียน

Posted by

ในอดีตที่ผ่านมา ได้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมายทั่วโลก ซึ่งการเกิดภัยธรรมชาติแต่ละครั้งถือว่าเลวร้ายอย่างหนัก จึงทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว สิงคโปร์ และบรูไน ได้เล็งเห็นปัญหา และร่วมมือกันตั้งคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติกับอาเซียน (ASEAN Committee on Disaster Management : ACDM) ขึ้น

joker123

พร้อมกับได้จัดการประชุมประจำปีขึ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 ณ เมืองบันดาเสรี เบการ์วัน ประเทศบรูไน พร้อมกับมีการจัดประชุมขึ้นทุกปี โดยเจ้าภาพการประชุมจะเวียนตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษของชื่อประเทศสมาชิก

เป้าหมายหลักของคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติอาเซียน คือ ร่วมกันจัดทำโครงการจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Regional Programme on Disaster Management (ARPDM ) เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือ กำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ กำหนดงานและกิจกรรมเร่งด่วนตามลำดับก่อนหลัง เพื่อลดภัยพิบัติ

ดังนั้น งานสำคัญเร่งด่วนของ ARPDM คือ การสร้างกรอบการทำงานบริหารจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้จะมีการพัฒนาความตกลงในภูมิภาคว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติ และการทำงานในภาวะฉุกเฉิน, พัฒนามาตรฐานการทำงานช่วยเหลือในยามเกิดภัยพิบัติตามความตกลง, เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของคณะทำงานในแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อช่วยเหลือแบบฉุกเฉินฉับพลันในยามเกิดภัยพิบัติ และ จัดกิจกรรมซ้อมรับมือภัยพิบัติในอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับแผนปฏิบัติการภายใต้ความตกลงฯ ของคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติกับอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2553 – พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2010- ค.ศ. 2015) ได้มีการกำหนดไว้ 4 ด้าน เพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันของชาติสมาชิก ได้แก่

สล็อต

  1. การประเมินความเสี่ยง การแจ้งเตือนล่วงหน้า
  2. การเตรียมความพร้อม และตอบโต้
  3. การป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ
  4. การบูรณะฟื้นฟู

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาเซียนได้ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาค (ASEAN Regional Programme on Disaster Management-ARPDM) ขึ้น เพื่อเป็นกลไกผลักดันให้มีการดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องตามความตกลงอาเซียนดังกล่าว โดยได้ระบุกิจกรรมสำคัญเร่งด่วน 5 กิจกรรมแรก ได้แก่

สล็อตออนไลน์

  1. การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเผชิญเหตุของภูมิภาคอาเซียน
  2. การปรับปรุงหลักสูตร และการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ
  3. การพัฒนาเวปไซต์ ACDM และเวปไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการภัยพิบัติของประเทศสมาชิก และการจัดทำจดหมายข่าว (Newsletter) ด้านการจัดการภัยพิบัติ
  4. การแสวงหาหุ้นส่วนร่วมดำเนินการ การระดมทรัพยากรสนับสนุนด้านการเงินและทรัพยากร
  5. การจัดงานวันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน การดำเนินการโครงการจัดพิมพ์เอกสาร การส่งเสริมการศึกษา และการเสริมสร้างจิตสำนึก

สำหรับประเทศไทยได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ใน พ.ศ. 2555 และไทยก็ได้รับมอบหมายให้เป็นประเทศแกนนำในการดำเนินกิจกรรมลำดับที่ 5 คือ วันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน (ASEAN Day for Disaster Management – ADDM) โดยได้มีการกำหนดให้ทุกวันพุธที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และมติที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน

jumboslot

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2548 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศเข้าร่วมกิจกรรมวันจัดการภัยพิบัติของอาเซียน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหาแนวทาง การดำเนินการในการลดภัยพิบัติ และเตรียมการสำหรับการจัดกิจกรรมวันจัดการภัยพิบัติ รวมถึงการวางแผนงานสำหรับปีต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติอาเซียน ยังได้ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย และองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เป็นพันธมิตรร่วมงานกับอาเซียนในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย

จากการรวบรวมข้อมูลจาก รายงานภัยพิบัติทางธรรมชาติ เดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 เครือข่ายข้อมูลภัยพิบัติอาเซียน (ASEAN Disaster Information Network: ADInet) ศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ หรือ AHA Centre จำนวน 105 ข้อมูล พบว่า ภูมิภาคอาเซียนประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติรวม 134 ครั้ง โดยสามารถแบ่งประเภทภัยพิบัติได้ดังนี้

  1. น้ำท่วม
  2. ลมกรรโชก
  3. พายุ
  4. ภัยแล้ง
  5. ดินถล่ม
  6. แผ่นดินไหว
  7. ภูเขาไฟ

slot

ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย (54 ครั้ง) รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ (41 ครั้ง) ไทย (16 ครั้ง) เวียดนาม (11 ครั้ง) มาเลเซีย (4 ครั้ง) เมียนมา (4 ครั้ง) สปป. ลาว (3 ครั้ง) และกัมพูชา (1 ครั้ง) ทั้งนี้ ไม่ปรากฏข้อมูลว่าบรูไนและสิงคโปร์ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในช่วงเวลาข้างต้น โดยประเภทภัยพิบัติที่ปรากฏมากที่สุดคือ น้ำท่วม และพายุ

ภัยพิบัติมิใช่สิ่งใหม่ แต่อยู่คู่กับโลกมานานหลายพันล้านปี ในอดีตภัยธรรมชาติเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยสร้างที่อยู่อาศัยให้มวลมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ต่อมาเมื่อคนเราฉลาดขึ้น รูปแบบของภัยจึงเปลี่ยนไปและสร้างความสูญเสียมากขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการกระทำของมนุษย์เอง ที่ประจักษ์ชัดคือ หมอกควัน น้ำท่วม สภาวะก๊าซเรือนกระจก ไฟป่า รวมทั้งมลพิษในอากาศ

การต่อสู้กับภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายประชาคมระหว่างประเทศเสมอมา สำหรับอาเซียนได้ยึดยุทธศาสตร์ “หนึ่งอาเซียน : หนึ่งการตอบโต้” ไทยในฐานะประธาน มีพันธะที่จะต้องขับเคลื่อนให้องค์กรเตรียมพร้อมจนสำเร็จในปี 2563 ตามที่ผู้นำให้คำมั่นไว้ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อปี 2559

ในระดับโลกขอบเขตของการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อสู้กับภัยพิบัติ ครอบคลุมถึงการเตือนภัย การป้องกัน การเตรียมตัว การแก้ปัญหา และการฟื้นฟูผลกระทบ องค์การสหประชาชาติมีข้อมติและรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้จำนวนกว่า 134 ชิ้น เริ่มเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ด้วยข้อมติให้มีการวิเคราะห์ภัยพิบัติทางธรรมชาติและผลกระทบ จนถึงปีที่แล้วด้วยข้อมติวางแนวทางการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ทั้งนี้ ก็เพราะตระหนักดีว่าในปัจจุบันไม่มีประเทศใดที่รับมือกับภัยพิบัติได้โดยลำพัง

ในกรอบภูมิภาค ความร่วมมือต่อสู้กับภัยพิบัติเป็นปัจจัยที่ช่วยกระชับอาเซียนให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น และผู้นำได้ให้ความสำคัญมาตั้งแต่ช่วงแรกของการก่อตั้งองค์กร สำหรับอาเซียนภัยพิบัติหมายถึง “…เหตุการณ์ที่ขัดขวางหรือหยุดชะงักวิถีชีวิตของชุมชนหรือสังคม และนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิต วัตถุ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง…”

ในปี 2515 อาเซียนมีความตกลงอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยเหลือเครื่องบินที่ประสบภัยและผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางอากาศ และปี 2518 ขยายความร่วมมือไปถึงผู้ประสบภัยทางทะเล อย่างไรก็ดี ในปี 2519 อาเซียนเริ่มหันมาเน้นภัยธรรมชาติและยกระดับความสำคัญสูงขึ้น ภายหลังเกิดภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2547 คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 174,204 คน